คำว่า “กัลยาณมิตร” คือ เพื่อนที่ดี เป็นคนสำคัญในชีวิตของมนุษย์ เพราะเพื่อนที่ดี จะเป็นบุคคลที่แนะนำเรา ให้เดินสู่เส้นทางแห่งความดี  

ครั้งหนึ่ง พระอานนท์ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีกัลยาณมิตรเป็นครึ่งหนึ่งแห่งพรหมจรรย์พระเจ้าข้า” พระพุทธองค์ ตรัสตอบพระอานนท์ว่า “กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์”  

คำว่า “พรหมจรรย์” คือ การใช้ชีวิตอันประเสริฐ ในความหมายนี้ ก็คือ “กัลยาณมิตร” หรือ เพื่อนที่ดีนั้นเป็นผู้แนะนำการใช้ชีวิตอันประเสริฐให้กับเรา  

ในสมัยพุทธกาล เพื่อนรักสองคน ชื่อ อุปติสสะ และ โกลิตะ ทั้งสองคนคบหาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยเพราะครอบครัวของทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสนิทสนนกันมาช้านาน เมื่อเป็นหนุ่มทั้งสองได้เข้าเรียนในสำนักของอาจารย์ ที่มีชื่อเสียง คือ สัญชัยเวลัฏฐบุตร เป็นอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง ทั้ง อุปติสสะ และ โกลิตะ ตั้งใจเรียนจนจบหลักสูตรของอาจารย์ แต่ทั้งสองยังเห็นว่าหลักสูตรที่เรียนจบในสำนักนี้ ยังไม่เป็นที่พอใจของทั้งสองคน จึงตกลงกันแยกย้ายเดินทางแสวงหาครูบาอาจารย์ โดยตกลงกันว่า ใครเจอครูบาอาจารย์ก่อน ได้เรียนธรรมะดีๆ ให้กลับมาบอกกันด้วย  

อุปตติสะ ไปเจอ พระอัสสชิ หนึ่งในปัจวัคคีย์ทั้ง 5 ขณะเดินบิณฑบาต เห็นกิริยาของ พระอัสสชิ น่าเลื่อมใส จึงเข้าไปถามว่า “อาจารย์ของท่านเป็นใคร กล่าวสอนธรรมว่าอย่างไร” พระอัสสชิ กล่าวตอบ อุปติสสะ ว่า “เย ธัมมา เหตุปัปพวา เตสัง เหตุ ตถาคโต เตสัญจ โย นิโรโธ จ เอวัง วาทีมหาสมโณ ธรรมเหล่าใด เกิดแต่เหตุ พระตถาคตกล่าวถึงเหตุแห่งธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระมหาสมณะมีปกติกล่าวอย่างนี้” อุปติสสะ เป็นผู้มีปัญญามาก ได้ฟังเพียงเท่านี้ก็มีดวงตาเห็นธรรม ทันที  

หลังจากนั้น อุปติสสะ หวนระลึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนรัก คือ โกลิตะ จึงได้ออกตามหา โกลิตะ และกล่าวธรรมของ พระอัสสชิ ให้ฟัง โกลิตะ เมื่อได้ฟัง ก็มีดวงตาเห็นธรรมเช่นเดียวกัน จนทั้งคู่ได้ออกบวชในสำนักของ พระพุทธเจ้า ด้วยความสามารถของทั้งคู่ พระพุทธเจ้า จึงตั้งให้ เป็นพระอัครสาวกผู้ใกล้ชิด 

ครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้า เคยกล่าวแสดงความเป็นกัลยาณมิตรกับ พระอานนท์ ว่า “อานนท์ เราจะไม่พยายาม ทะนุถนอมพวกเธอ อย่างช่างหม้อ ที่ดูแลและทะนุถนอม หม้อของเขา เราจะขนาบแล้วขนาบอีก ไม่มีวันหยุด เราจะชี้โทษแล้วชี้โทษอีก ไม่มีวันหยุด ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจะทนได้ เราควรมองว่า ผู้ชี้โทษ ผู้แนะนำ เป็นผู้ชี้ขุมทรัพย์” 

ความเป็นกัลยาณมิตรกันนั้น ไม่ใช่เฉพาะเป็นเพื่อนกันเท่านั้น ความเป็นกัลยาณมิตร ยังหมายถึง ความเป็นกัลยาณมิตรของพ่อแม่ต่อลูก ความเป็นกัลยาณมิตรของสามีภรรยา เพราะฉะนั้น จงแสวงหากัลยาณมิตร หรือเพื่อนที่ดี คือ ผู้ที่ชี้ขุมทรัพย์ หมายถึง ผู้ที่กล้าตักเตือนเรา เมื่อเราทำในสิ่งไม่ถูกต้อง  

สำหรับศัตรูนั้น หลายคนอาจจะคิดว่า ศัตรูเป็นบุคคล ที่มาจ้องทำร้ายเรา แต่ในทางพระพุทธศาสนา ให้ความสำคัญกับ “ศัตรูภายใน” ก็คือ ศัตรูที่อยู่ภายในใจเรา ได้แก่ กิเลสตัณหา อวิชชาทั้งปวง  

สิ่งสำคัญที่สุด อย่าได้เกรงกลัวศัตรูภายนอกเลย จงเข้าใจและเรียนรู้ศัตรูภายใน พร้อมที่จะให้อภัย จงมีสติและปัญญากำกับชีวิต ไม่ยอมตกเป็นทาสศัตรูภายในใจ… 

…………………………………….

คอลัมน์ : ลานธรรม

โดย : พระครูปลัดบัณฑิต อินฺทเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังข์กระจายวรวิหาร รองประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี