สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าจากกรณีชายวัย 41 ปี ใช้อาวุธปืนประดิษฐ์เองลอบยิงสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ระหว่างลงพื้นที่ปราศรัยทางการเมือง ที่เมืองนารา ทางตะวันตกของญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้อย่างทันท่วงที แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงทำให้เกิดคำถามตามมาอย่างต่อเนื่อง ในประเด็นการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายความมั่นคงญี่ปุ่น ที่มีต่อบุคคลสำคัญ


สำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่นออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าสำนักงานตำรวจจังหวัดนารา เป็นผู้วางแผนจัดการด้านการรักษาความปลอดภัย และในวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจกรุงโตเกียว ลงพื้นที่สนับสนุนด้วย แต่ยังคงปฏิเสธให้ข้อมูลอย่างเจาะจง ว่าใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเท่าใด


ทั้งนี้ ตำรวจญี่ปุ่นยืนยันว่า มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่อาเบะ “อยู่รอบทิศทาง” รวมถึงด้านหลังอดีตผู้นำญี่ปุ่นด้วย และจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดเป็นการภายใน หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น ต่อการที่มือปืนเข้ามาทางด้านหลังของอาเบะอย่างใจเย็น และก่อเหตุในระยะเผาขน


ขณะที่สำนักงานตำรวจจังหวัดนารายืนยัน การเตรียมตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันเกิดเหตุเช่นกัน พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการสอบปากคำนายเทตสึยะ ยามากามิ ผู้ก่อเหตุ ว่าทราบข่าวการลงพื้นที่ของอาเบะจากอินเทอร์เน็ต และเดินทางมายังที่เกิดเหตุโดยรถไฟ


ยามากามิเชื่อว่า อดีตผู้นำญี่ปุ่นมีความเกี่ยวข้องกับ “องค์กรแห่งหนึ่ง” ซึ่งมารดาของยามากามิ มีความเชื่อถืออย่างมาก จนบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ครอบครัวประสบปัญหาทางการเงินในที่สุด ปัจจุบัน ยามากามิเป็นผู้ว่างงาน แต่เคยมีประวัติเป็นทหารเรือให้กับกองกำลังป้องกันตนเอง (เอสดีเอฟ) เป็นเวลา 3 ปี จนถึงปี 2548.

เครดิตภาพ : REUTERS