เมื่อเร็วๆนี้ ณ บริเวณโถงอาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี กระทรวงสาธารณสุขจัดพิธีประกาศเกียรติคุณจังหวัดที่มีผลงานเด่นในการดำเนินงานตามนโยบายของขวัญ วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2565 เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และเป็นต้นแบบการดำเนินงานที่ดีแก่บุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย และภาคีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุชมรมผู้สูงอายุและอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวนกว่า 200 คน ร่วมในพิธีฯ


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานในพิธีกล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพ เน้นการดูแลแบบองค์รวมทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ด้วยนโยบายของขวัญผู้สูงอายุ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติปี 2565 ประกอบด้วยของขวัญ 3 ชิ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุ ได้รับบริการอย่างมีคุณภาพรวมถึงการยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิให้เข้มแข็ง มีคุณภาพทั่วถึงและยั่งยืน โดยครั้งนี้ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณจังหวัดที่มีผลงานเด่นในการดำเนินงานตามนโยบายของขวัญวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2565” ประกอบด้วย 1) ของขวัญชิ้นที่ 1 ดำเนินการคัดกรองความเสื่อมผู้สูงอายุ จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง 2) ของขวัญชิ้นที่ 2 ส่งเสริมสุขภาพ เพื่อชะลอความเสื่อมผู้สูงอายุ จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดสระแก้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี 3) ของขวัญชิ้นที่ 3 ดำเนินการมอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม 4) จังหวัดที่ขับเคลื่อน Blue Book Applicationได้มากที่สุดจำนวน 3 รางวัล ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และ 5) ขับเคลื่อนนโยบายของขวัญวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2565 ยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 6

“สำหรับการดำเนินงานนโยบายของขวัญผู้สูงอายุ เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติปี 2565 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ดังนี้ ของขวัญชิ้นที่ 1 ดำเนินการคัดกรองความเสื่อมผู้สูงอายุ เน้น 3 ด้าน ได้แก่ ภาวะโภชนาการ การเคลื่อนไหวร่างกายและสุขภาพช่องปาก ครอบคลุมแล้ว 6.6 ล้านคน ของขวัญชิ้นที่ 2 ส่งเสริมสุขภาพ เพื่อชะลอความเสื่อมผู้สูงอายุ ผ่านโค้ชสุขภาพประจำตัวที่เป็นหมอคนที่ 1 และหมอคนที่ 2 ครอบคลุมผู้สูงอายุ ที่มีความเสื่อมแล้วกว่า 7 หมื่นคน และของขวัญชิ้นที่ 3 การเพิ่มสิทธิประโยชน์การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ด้วยการมอบ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ เพื่อป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียงและส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจโดยผู้บริบาลในชุมชน ครอบคลุมผู้สูงอายุมากกว่า 3.5 แสนคน โดยมีการมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ผ่านกองทุนการดูแล ผู้สูงอายุระยะยาวแล้วมากกว่า 11.5 ล้านชิ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ด้านนางมุกดา คีตชีวะเจ้าพนักงานสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผลงานเด่น ที่สามารถขับเคลื่อน “Blue Book Application”หรือแอปพลิเคชั่น“บันทึกสุขภาพผู้สูงอายุ”ได้มากที่สุด โดยนางมุกดามาร่วมงานในฐานะภาคีเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุชมรมผู้สูงอายุและเล่าว่าตนเองทำหน้าที่เป็นCare Manager หรือ “ผู้ดูแลระบบการดูแลผู้สูงอายุ”มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2559 หลักๆคือจะทำหน้าที่ในการวางแผนการดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขหรืออสม.ในพื้นที่ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Care Giver หรือ “ผู้ดูแลผู้สูงอายุ”ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์และสามารถลงพื้นที่ไปดูแลผู้สูงอายุตามบ้านได้ โดยในพื้นที่ของรพ.สต.สำโรงใต้ จะมีผู้สูงอายุที่มีปัญหาเจ็บป่วยเรื้อรังที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ประมาณ 41 คน จะมีทั้งผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม เช่น หากผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงป่วยเป็นโรคเบาหวานก็ต้องลงไปช่วยดูการตรวจวัดระดับน้ำตาล มีการรับประทานยาเบาหวานอย่างต่อเนื่องเหมาะสมหรือดูแลไม่ให้มีแผลกดทับตามร่างกาย ไม่ให้มีปัญหาข้อติด พร้อมทั้งแนะนำญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุให้มีความรู้ในการปฏิบัติเพื่อดูแลผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน ในขณะที่การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมก็จะมีการเข้าไปประเมินอาการและให้การแนะนำญาติให้ใช้วิธีง่ายๆในการช่วยฟื้นฟู เช่น ชวนพูดคุยโดยไม่ปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่เพียงลำพัง ให้ดูรูปภาพเก่าๆแล้วซักถามว่าบุคคลในรูปเป็นใครเพื่อให้ผู้สูงอายุมีการคิดและได้โต้ตอบหรือการชวนนับเลข เป็นต้น ซึ่งพบว่าวิธีการเหล่านี้สามารถชะลอความเสื่อมของสมองลงได้ สำหรับผลการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ของรพ.สต.สำโรงใต้ ที่ผ่านส่งผลให้นางสมจิตร เดชประจน เจ้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขหรืออสม.ได้รับรางวัลผู้ดูแลผู้สูงอายุยอดเยี่ยมประจำปีพ.ศ.2565

“ทั้งนี้การเป็นCare Manager นั้น ต้องสามารถประเมินสถานการณ์ผู้สูงอายุภายในพื้นที่รับผิดชอบของตนได้ว่ามีผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงจำนวนเท่าไร ขาดการเข้าถึงบริการมากน้อยแค่ไหน จะต้องมีการวางแผนจัดบริการลงไปช่วยดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ มีการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุแล้ววางแผนว่าจะดำเนินการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุแต่ละคนต่อไปอย่างไร เพื่อให้เข้าถึงบริการมากขึ้น มีสุขภาพที่ดีและห่างไกลจากโรค” นางมุกดากล่าวในตอนท้าย.



