เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ตลาด อ.ต.ก. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบบอากง ว่า เราต้องยอมรับว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง การทุจริตมีมาในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทางพรรคประชาชนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง การทุจริตงบประมาณ การทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ต้องใช้เจตนาอันแน่วแน่ และมีเจตจำนงทางการเมือง รวมถึงมีระบบป้องกัน ติดตามจับ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนได้นำเสนอมาโดยตลอดว่าเราจะใช้ระบบมาป้องกัน ด้วยเจตนาอันแน่วแน่ที่จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นภายใต้การบริหารของตน
“ปัญหาเหล่านี้พูดได้เลยว่าถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่พรรคประชาชนขอโอกาสจากชาวกทม. เพื่อจะแสดงให้เห็นว่าการบริหารแบบที่มีเจตจำนงอันแน่วแน่ ในการไม่ให้เกิดทุจริตคอร์รัปชันเป็นไปได้จริง”นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า การที่จะป้องกันได้จริง ไม่ใช่แค่เฉพาะตน แต่ผู้บริหารภายใต้การนำของตน ตนจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถือเป็นความแตกต่าง
เมื่อถามว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯกทม. จะเข้าไปรื้อระบบใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก เราจะเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น การซื้อขายตำแหน่งทำเพื่อไปโกงกินงบประมาณ ผลประโยชน์ และการถอนทุนคืน ให้ได้มากกว่าเงินที่ซื้อขายตำแหน่ง ดังนั้นหากไม่สามารถโกงกินได้ การซื้อขายตำแหน่งก็จะไม่มีประโยชน์ พรรคประชาชนมีระบบป้องกันตั้งแต่ระบบต้นน้ำ อย่างเช่น ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน ที่พรรคประชาชนได้เข้าไปบริหาร ซึ่งงบประมาณต่างๆ ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการรั่วไหล การทุจริต หรือการซื้อของที่ห่างจากราคากลางนั้น ลดลงไปมากกว่า 26.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้นำ หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก ได้พิสูจน์มาแล้วด้วยแบรนด์ของพรรคประชาชน.



