นางพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การเงินและการลงทุนเป็นทักษะชีวิตที่เยาวชนไทยในทุกภูมิภาคควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละห้องเรียน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงมุ่งสร้างครูกระบวนกรสอนการลงทุน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้การเงินและการลงทุนในวงกว้าง พร้อมเดินหน้าต่อยอดและขยายผลองค์ความรู้สู่ครูทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรมผ่านเวที “Show&Share” เปิดโอกาสให้ครูกระบวนกรเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์สู่สาธารณชน
อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมบทบาทครูกระบวนกรในโครงการที่สามารถออกแบบห้องเรียนการลงทุนและนำไปใช้ได้เป็นตัวอย่างแก่ครูที่สนใจ จึงได้จัดทำ “Handbook โมเดลห้องเรียนลงทุนต้นแบบระดับมัธยม” คู่มือดิจิทัลที่รวบรวมองค์ความรู้จากผลงานของครูในโครงการ เพื่อเป็นคลังความรู้สำหรับครูนำไปประยุกต์ใช้และออกแบบห้องเรียนการลงทุนได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการยกระดับความรู้และทักษะแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งในตลาดทุนและกลุ่มที่กว้างออกไป โดยเฉพาะด้านการเงินการลงทุน (Purposeful People Who Transform) ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เพื่อโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน”

กิจกรรม Show&Share #ห้องเรียนลงทุนสำหรับนักเรียนมัธยม ในโครงการ INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp ประจำปี 2569 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีครู อาจารย์ นักเรียน และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานกว่า 300 คน ภายในงานมีการสาธิตห้องเรียนลงทุน 7 ห้องเรียน จากครูที่ผ่านการอบรมในโครงการได้ออกแบบการเรียนรู้ขึ้นเองและทดลองสอนจริงแล้ว ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวจะถูกนำมาจัดทำเป็น “Handbook โมเดลห้องเรียนลงทุนต้นแบบระดับมัธยม” เพื่อให้ครูและผู้ที่สนใจนำไปต่อยอดและปรับใช้ในการเรียนการสอนของตนเองต่อไป ปัจจุบันมี Handbook โมเดลห้องเรียนลงทุนแล้ว 30 ห้องเรียน และภายในปีนี้จะจัดทำเพิ่มอีก 7 ห้องเรียน รวมเป็น 37 ห้องเรียน ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ https://investory.setgroup.or.th/knowledges
โครงการ INVESTORY Investment Learning Design Bootcamp ดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 ปัจจุบันมีครูกระบวนกร 237 คน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเดินหน้าสร้างครูกระบวนกรสอนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดจัดรุ่นที่ 8 ในเดือนตุลาคม 2569 ครูอาจารย์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการติดตามรายละเอียดที่เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY

ครูตือ-สมเกียรติ แซ่เต็ง โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม ตราด กล่าวว่า ความประทับใจและประสบการณ์ของคุณครูที่ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการสอนด้านการเงินและการลงทุนนี้ ได้ช่วยเปิดโลกทัศน์ผ่านการสังเกตการณ์กระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการนำไปปรับใช้จริง ซึ่งการสอนที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีหรือวัสดุราคาแพง แต่สามารถขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมเชิงรุก และเครื่องมือง่าย ๆ ที่เข้าถึงได้สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และยังมีสื่อการสอนออนไลน์และคู่มือต่าง ๆ ที่เป็นทรัพยากรช่วยให้เด็กทำความเข้าใจกลไกทางการเงินที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น
ครูอุ้ย-จิราภัค โพธิ์ทอง วิทยาลัยพณิชยการบางนา กรุงเทพฯ กล่าวว่า แฮนด์บุ๊ก (Handbook) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยครูได้มาก โดยเฉพาะในวันที่ติดขัดเรื่องไอเดียการสอน ครูสามารถนำเนื้อหาจากแฮนด์บุ๊กมาปรับใช้ได้ทันที แต่ครูไม่ได้เป็นผู้นำการเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่ให้นักเรียนร่วมออกแบบการเรียนรู้ด้วยการดาวน์โหลดแฮนด์บุ๊กมา แล้วให้นักเรียนเลือกสไตล์หรือหัวข้อที่อยากเรียนในวันนั้น ขณะเดียวกันครูไม่ได้เป็นผู้นำการเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่สลับบทบาทให้นักเรียนร่วมออกแบบการเรียนรู้ด้วยการดาวน์โหลดแฮนด์บุ๊กมา แล้วให้นักเรียนเลือกสไตล์หรือหัวข้อที่อยากเรียนในวันนั้นด้วย

โดย กิจกรรมในชั้นเรียนมีความหลากหลายผ่านการใช้ โปรแกรมจำลองการซื้อขายหุ้น และการนำกรณีศึกษาในชีวิตจริงมาวิเคราะห์เพื่อสร้างความเท่าทันต่อภัยพนันออนไลน์ วิธีการนี้ช่วยให้เนื้อหาที่ดูยากกลายเป็นเรื่องที่ สนุกสนานและเข้าถึงง่าย สำหรับทุกคน อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียระหว่างเครือข่ายครูเพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเด็กในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครูนอท-จตุพร คำม่วง โรงเรียนถาวรานุกูล จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า โครงการนี้ทำให้ได้รับประโยชน์ในสองมิติหลัก ประการแรกคือการพัฒนา ทักษะความเข้าใจความเป็นมนุษย์ และการรู้จักบทบาทของผู้เรียน ซึ่งช่วยให้สามารถทำหน้าที่เป็น ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประการต่อมาคือการยกระดับ ความรู้ด้านการเงินและการลงทุน จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ลงทุนทั่วไปให้กลายเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ การอบรมนี้จึงช่วยสร้างทักษะในการ ถ่ายทอดความรู้ เพื่อส่งต่อเทคนิคและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนรวมถึงคนรอบข้างได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถนำความเข้าใจเรื่องการวางแผนการเงินไปปรับใช้และแบ่งปันให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง



