สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่า พล.อ.ชาเวนทรา ซิลวา ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมศรีลังกา แถลงพร้อมผู้นำทุกเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์วุ่นวายภายในประเทศ ที่ทวีความรุนแรงและตึงเครียด หลังประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา หลบหนีไปยังมัลดีฟส์ และผู้ประท้วงยกระดับกดดันให้นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ต้องลาออกเช่นกัน ขอให้ประชาชนร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง ในการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย


ขณะเดียวกัน พล.อ.ซิลวา เรียกร้องนายมหินทา ยาปา อาเบย์วาร์เดนา ประธานรัฐสภา แบ่งปันข้อมูลกับกองทัพ เกี่ยวกับผลการหารือร่วมระหว่างพรรคการเมือง เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ครั้งนี้

ทหารศรีลังกาอารักขาโต๊ะทำงานของนายกรัฐมนตรีนาริล วิกรมสิงเห ภายในทำเนียบรัฐบาล ที่กรุงโคลัมโบ


การแถลงดังกล่าวของบรรดาทหารระดับสูงสุดในกองทัพศรีลังกา เกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ซึ่งตอนนี้อยู่ในตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีด้วย ขอให้กองทัพ “ดำเนินการที่จำเป็นภายในกรอบของกฎหมาย” เพื่อเร่งฟื้นฟูเสถียรภาพภายในประเทศ หลังมวลชนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลบุกรุกเข้าไปภายในทำเนียบนายกรัฐมนตรี


ทั้งนี้ ราชปักษา “ให้คำมั่น” ต่อรัฐสภา เตรียมลาออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการส่งหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการมายังประธานรัฐสภา กลายเป็นการสร้างภาวะสุญญากาศทางการเมือง แม้อาเบย์วาร์เดนายืนยันว่า รัฐสภาจะลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ขณะที่วิกรมสิงเหขอให้รัฐสภาเร่งเฟ้นหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ เป็นบุคคลที่ได้รับความสนับสนุนและเห็นชอบจากทุกภาคส่วน


ส่วนสถานะของพี่ชายและน้องชายของราชปักษา คือ นายมหินทา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีและอดีตนายกรัฐมนตรี และนายบาซิล ราชปักษา อดีต รมว.คลัง ยังไม่มีความชัดเจน แต่แหล่งข่าวหลายคนยืนยันตรงกัน ว่าทั้งสองคนยังคงอยู่ในศรีลังกา

อนึ่ง ชาวศรีลังกาส่วนใหญ่เชื่อว่า ตระกูลราชปักษาซึ่งบริหารประเทศมานานหลายปี คือต้นเหตุของความล่มสลายทางเศรษฐกิจ จนอัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือนที่แล้ว พุ่งสูงถึง 54.6% และมีการคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งทะยานไปเกิน 70% ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES