สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองไลเรีย ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า หลายประเทศทางตอนใต้ของทวีปยุโรป ต่างกำลังประสบกับคลื่นความร้อนระลอกสอง และปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายครั้งตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ที่เขตไลเรียในภาคกลางของโปรตุเกส นักดับเพลิงที่เหนื่อยล้าต้องต่อสู้เพื่อควบคุมเพลิงที่พวยพุ่งเพราะกระแสลมรุนแรง ส่วนเฮลิคอปเตอร์จำนวนมาก ต้องระดมกำลังปล่อยน้ำสกัดเปลวไฟใกล้เมืองปอมบาล เนื่องจากไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วตามแนวไหล่เขา ที่เต็มไปด้วยต้นสนและต้นยูคาลิปตัส ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ติดไฟได้ง่าย

ขณะที่ชายฝั่งเอเดรียติกของโครเอเชีย เครื่องบินดับเพลิงหลายลำปล่อยน้ำใส่ป่าไม้ที่ลุกไหม้ และมีการเรียกกองทหารให้เข้ามาช่วยเหลือนักผจญเพลิงที่รับมือควบคุมไฟป่าหลัก 3 จุด รอบเมืองซาดาร์ และเมืองซิเบนิค
Europe, hit by a heatwave, is burning with wildfires raging across the continent in Spain, Portugal, France and Croatia, burning down houses and affecting livelihoods for thousands https://t.co/5GT1fjUgDe pic.twitter.com/OxqxZrj2Y8
— Reuters (@Reuters) July 14, 2022
นอกจากนี้ วิกฤติไฟป่ายังเกิดขึ้นในพื้นที่หลายแห่งของสเปนและฝรั่งเศส สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และต้องมีการอพยพประชาชนจำนวนมากออกจากเขตที่อยู่อาศัยใกล้ภัยพิบัติ
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์หลายคนกล่าวโทษการกระทำของมนุษย์ ซึ่งเป็นสาเหตุของสภาพอากาศรุนแรงที่เกิดบ่อยครั้งมากขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขคลื่นความร้อนในยุโรป ที่เกิดเร็วกว่าเดิม 3-4 เท่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในซีกโลกเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา และแคนาดา

“ยุโรปได้รับผลกระทบอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงในการหมุนเวียนของบรรยากาศ” นายไค คอร์นฮูเบอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส “มันคือจุดรวมคลื่นความร้อน”.
เครดิตภาพ : REUTERS



