กรณีปรากฏการณ์ซากสถานีรถไฟโบราณ “บ้านนิเถะ” จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่พ้นน้ำเหนือแม่น้ำรันตี ที่บริเวณบ้านสะพานรันตี ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับเรื่องเล่าทหารญี่ปุ่น 400 นาย ทำฮาราคีรี ที่สถานีรถไฟนิเถะ สังขละบุรี โดยมีความเชื่อกันว่าศพของพวกเขายังคงอยู่ในบริเวณที่ใดสักแห่ง และความเกี่ยวข้องระหว่างทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตเหล่านี้ที่สถานีนิเถะ จนกลายมาเป็นศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น บ้านด่านพระเจดีย์สามองค์ เขตแนวชายแดนรอยต่อประเทศเมียนมา จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้สถานีนิเถะ สถานีใหญ่บนเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่มีสภาพสมบูรณ์แบบที่สุด 2 แห่งสุดท้ายเพราะน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ ลดลงมาก ทำให้สถานีโผล่ขึ้นมา อีกที่หนึ่งคือสถานีกิ่งไทรโยคอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค แต่ที่นั่นเป็นป่ารก มองเห็นไม่ชัดเจนแบบนิเถะ ที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ตะลึง! พบอีกภาพวาดถ้ำค่ายทหารญี่ปุ่นซองกาเลีย ร่องรอยทางรถไฟสายมรณะ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากใครเคยไปเที่ยวอำเภอสังขละบุรี หากมีโอกาสไปที่อดีตสถานีรถไฟนิเถะ ขอแนะนำให้ไปที่ด่านเจดีย์สามองค์ด้วย จะมีศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น ณ ด่านพระเจดีย์สามองค์ สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่พลีชีพในพื้นที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
เรื่องราวนี้นำข้อมูลมาจากหนังสือ Message from Mr. Nagase The Thai-Burma Railway and Japan’s Responsibility for World War II และหนังสือบันทึกความทรงจำของท่าน พลเอก สายหยุด เกิดผล ซึ่งท่านเองเป็นนายทหารไทยที่มีชีวิตอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเรื่องราวของคุณ Takeshi Nagase อดีตล่ามในกองทัพญี่ปุ่นที่มาประจำการประเทศไทย ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
Takeshi Nagase อยู่ในหน่วยสารวัตรทหารของญี่ปุ่น ทำหน้าที่เป็นล่าม เขาได้เห็นการทำหน้าที่ การเค้นทรมานของสารวัตรทหารญี่ปุ่นที่ทำต่อเชลยศึกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่โหดร้าย หลังญี่ปุ่นพ่ายสงคราม เขาเป็นหนึ่งในทหารญี่ปุ่นที่ต้องเดินทางไปกับทหารฝ่ายสัมพันธมิตรที่เข้ามาค้นหาสุสานเชลยศึกตามทางรถไฟสายมรณะ

คุณนากาเซะ ได้เห็นภาพสุสานจำนวนมากทั้งสุสานเชลยศึก และหลุมศพของกรรมกร จึงเกิดความสังเวชใจ ตัวคุณนากาเซะ เองรอดจากการเป็นอาชญากรสงคราม และในที่สุดก็ถูกส่งกลับญี่ปุ่นไป ด้วยความสำนึกในการช่วยเหลือของคนไทยระหว่างที่คุณนากาเซะ เป็นเชลยหลังแพ้สงคราม ต้องการไถ่บาปกับสิ่งที่กองทัพญี่ปุ่นได้ทำลงไป คุณนากาเซะ จึงเดินทางมาที่ประเทศไทย นับ 100 ครั้ง เพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเรื่องทางรถไฟสายมรณะ สงครามโลกครั้งที่ 2 มีเรื่องหนึ่งที่คุณนากาเซะ ต้องการทำคือการหาหลุมศพทหารญี่ปุ่นที่ถูกฝังในพื้นที่สังขละบุรี เพื่อรวบรวมมาทำบุญ และเก็บไว้ในเจดีย์อย่างสมเกียรติ
คุณนากาเซะ มีข้อมูลว่าทหารญี่ปุ่นที่ถอยหนีการรุกโจมตีของอังกฤษในพม่า สมัยนั้นส่วนหนึ่งหนีเข้ามาตามเส้นทางรถไฟสายมรณะ และมีทหารญี่ปุ่นจำนวนมากเสียชีวิต ถูกฝังในพื้นที่แถบอำเภอสังขละบุรี

พล.อ.สายหยุด เกิดผล ได้รู้จักกับ Takeshi Nagase ในช่วงหลังสงครามจบลงแล้วหลาย 10 ปี โดยบังเอิญ เกิดการสนทนาครั้งหนึ่งระหว่าง พล.อ.สายหยุด และ คุณนากาเซะ ได้บอกว่า เขาได้ทราบข้อมูลมาว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงไม่นาน ว่ามีทหารญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่ทำการพลีชีพตนเองเพราะไม่ต้องการยอมจำนนต่อกองกำลังสัมพันธมิตร ร่างของพวกเขาถูกฝังตามสถานที่ต่างๆ ในบริเวณอำเภอสังขละบุรี
ส่วนตัวของคุณนากาเซะ ต้องการค้นหาสถานที่ฝังศพของทหารญี่ปุ่นเหล่านี้ นำกระดูกมาบำเพ็ญกุศลพร้อมกับสร้างเจดีย์บรรจุ พล.อ.สายหยุด อยากจะช่วยคุณนากาเซะ เช่นกัน ท่านก็ได้ตกปากรับคำว่าจะช่วยเหลือ หลังจากที่คุณนากาเซะ กลับไปที่ญี่ปุ่น ได้ติดต่อกลับมาหา พล.อ.สายหยุด และขอให้ท่าน พล.อ.สายหยุดช่วยตามหาคนคนหนึ่งให้ จนในท้ายที่สุดท่านสายหยุด ก็ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยหาบุคคลคนนี้จนพบ บุคคลคนนี้คือสตรีชราชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่สังขละบุรี ชื่อ สุไข หรือ ยายสุขไข (ตอนนี้ท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว)
คุณนากาเซะ ระบุว่ายายสุไขในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยเป็นภรรยาของนายทหารญี่ปุ่น จึงอยากพบและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดที่ฝังศพทหารญี่ปุ่น จากคำบอกเล่าของยายสุไข มีการพูดถึงเรื่องราวทหารญี่ปุ่นที่ทำการพลีชีพตนเองในพื้นที่สังขละบุรี 2 เรื่อง

เรื่องแรกเป็นเรื่องของสามีที่เป็นทหารญี่ปุ่นของยายสุไขเอง หลังจากสงครามสิ้นสุดประมาณเกือบเดือน สามีทหารญี่ปุ่นของยายสุไข (เป็นสารวัตรทหารญี่ปุ่น) เข้าใจว่าจะอยู่ที่ค่ายนิเถะ หรือค่ายหนองปะโด่ง มีทหารญี่ปุ่นกว่า 50 นาย (ทหารชุดนี้ถอนกำลังมาจากพม่า)
ทั้งหมดเดินไปยังบนเขาลูกหนึ่งที่อยู่แถวบ้านของยายสุไข บนภูเขาลูกนี้มีถ้ำอยู่ ทหารทั้งหมดเข้าไปในถ้ำและทำการพลีชีพตนเองด้วยการใช้ระเบิดมือ
ข้อมูลที่ 2 คือ มีทหารญี่ปุ่นจำนวนประมาณ 400 นาย ทำการพลีชีพตนเอง และศพได้ถูกฝังไว้แถวค่ายหนองปะโด่ง (ค่ายหนองปะโด่งก็คือที่ตั้งของสถานีรถไฟนิเถะและพื้นที่โดยรอบ) ในหนังสือข้อความจากคุณนากาเซะ ระบุตัวเลขมากกว่าคือ 600 นาย เข้าใจว่าบริเวณที่ฝังศพน่าจะอยู่ในพื้นที่ราบที่ตั้งสถานีนิเถะ ซึ่งปัจจุบันหลังจากสร้างเขื่อนน้ำท่วมไปหมด แต่ปีนี้น้ำลดลงมากให้เห็นพื้นที่แนวทางรถไฟเป็นรูปตัว y รูปสถานีรถไฟขนาดใหญ่
เมื่อทราบเรื่องนี้จากปากยายสุไขอย่างชัดเจน แรกเริ่มเดิมทีทางคุณนากาเซะ ต้องการจุดค้นรวบรวมกระดูกของทหารญี่ปุ่นเหล่านี้ สร้างเจดีย์บรรจุกระดูกไว้ แต่ด้วยข้อมูลที่ค่อนข้างสับสนในสถานที่ฝัง บางพื้นที่คาดว่าจะมีโครงกระดูกทหารญี่ปุ่นจมอยู่ใต้น้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ
ตลอดจนหากพบจริง การตรวจสอบว่ากระดูกเหล่านั้นเป็นทหารญี่ปุ่นจริงหรือไม่ ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่เป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนที่จะตรวจสอบ (การตรวจ DNA ในเวลานั้นคงยังไม่มีหรืออาจจะเป็นเรื่องยาก)
คุณนากาเซะ จึงตัดสินใจที่จะไม่ทำการค้นหาหลุมฝังศพทหารญี่ปุ่น แต่จะสร้างศาลาทรงไทยเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปไว้เป็นที่รำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่ได้ทำการพลีชีพ จัดสร้างศาลามิตรภาพไทย ญี่ปุ่น ปัจจุบันตั้งอยู่ที่วัดเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แทน

ทางพลเอก สายหยุด และคุณนากาเซะ จึงได้ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดด่านพระเจดีย์สามองค์ ทางเจ้าอาวาสวัดด่านพระเจดีย์สามองค์ จึงมอบพื้นที่ส่วนหนึ่งในกำแพงวัด เพื่อให้ก่อสร้างศาลาสันติภาพไทย ญี่ปุ่นขึ้น
มีการหล่อพระพุทธรูปหน้าตัก 56 นิ้ว นำไปตั้งประดิษฐานไว้ในศาลา พร้อมกันนั้น ยังมีแผ่นป้ายหินแกรนิตภาษาญี่ปุ่น เพื่อระลึกเป็นบทกลอนไว้รำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่เชื่อกันว่า พวกเขาไม่ยอมจำนนและตัดสินใจปลิดชีพตนเองจำนวนมาก ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี
ในบทกลอนนี้เขียนว่า
天に星 地に草の露
はるかに故国を思いつつ
ここに兵士らの御霊眠る
ただ虫の声のみ
その武勇の哀れを悼む
伊藤桂一
Stars in the sky, dew on the grass on the ground.
Thinking of their homeland far away, the souls of the soldiers rest here.
Only the sounds of insects can be heard.
I mourn the pathos of their bravery.
Keiichi Ito
ขอบพระคุณคำแปลจากคุณ คันจิ โนโตดะ / จุน ชิมาดะ

ขอแปลเป็นไทยง่ายๆ คือ บทกลอนนี้กล่าวรำลึกว่า วิญญาณของทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตไป ก็จะมีเพียงแสงดาว หยาดน้ำค้างบนใบหญ้าและผืนดิน เสียงของแมลงจิ้งหรีดเท่านั่นที่อยู่กับทหารญี่ปุ่นเหล่านี้ แต่เชื่อเลยว่าวิญญาณของทหารญี่ปุ่นต้องคิดถึงบ้านที่อยู่แสนไกล
ศาลานี้มีชื่อว่า ศาลาสันติภาพไทย ญี่ปุ่น ณ ด่านพระเจดีย์สามองค์ มีพิธีเปิด ในวันที่ 25 เมษายน 2002 โดยเชิญ พระสงฆ์ 9 รูปมาทำการสวดทำพิธี

ทางคุณนากาเซะและภรรยา ยังได้นำพระโพธิสัตว์ Konnon ที่มีเศียรด้านบนสุดเป็นม้า มาถวายและวางไว้ในศาลาแห่งนี้ เพื่อรำลึกถึงทหารและม้าศึกของกองทัพญี่ปุ่นที่ตายไป (ตามคติความเชื่อของญี่ปุ่นผมไม่ทราบความหมาย ต้องให้ผู้รู้มาตอบครับว่าทำไมต้องเป็นพระโพธิสัตว์ Konnon) ตลอดจนมีการถวายแผ่นไม้เขียนบทกลอนโดยคุณนากาเซะ ให้แก่ศาลาแห่งนี้ (ปัจจุบันไม่รู้จะยังอยู่ไหมนะครับ)
ในช่วงที่คุณนากาเซะและคณะเดินทางกลับเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีหลังจากการเปิดศาลาสันติภาพไทย-ญี่ปุ่น คุณนากาเซะ ได้แวะนำเหล้าสาเก และบุหรี่ เซ่นไหว้แก่ดวงวิญญาณทหารญี่ปุ่นที่ฝังอยู่บริเวณสถานีนิเถะ โดยคุณนาเกเซะ ได้ยืนบนสะพานข้ามแม่น้ำรันตี หันหน้าไปทางสถานีนิเถะ และเทเหล้าสาเกลงจากด้านบนสะพานแม่น้ำรันตีไปสู่แม่น้ำเบื้องล่าง และมีการจุดบุหรี่หลายมวนและวางไว้ที่ขอบสะพาน เพื่อเซ่นสังเวยแก่ดวงวิญญาณของบรรดาเหล่าทหารญี่ปุ่น ที่คุณนากาเซะ เชื่อว่า พวกเขายังคงถูกฝังไว้ในบริเวณนั้น และผมดันไปได้ภาพเก่าจากบทความของศาสตราจารย์ Devid Boggets เกี่ยวกับเรื่องกรรมกรเอเชียในการสร้างทางรถไฟ เป็นภาพแผ่นป้ายไม้ที่เขียนบทกลอนรำลึกถึงทหารญี่ปุ่น ที่ถูกปักแถวๆ บริเวณจุดชมวิวแถวสะพานรันตี

แปลไทยได้ว่า ยามค่ำคืนในฤดูฝน ณ ทะเลสาบเขาแหลมอันพร่างพรมด้วยหยาดฝน เหล่าทหารที่ทอดร่างอยู่ใต้ก้นบ่อ… พวกเขากำลังคำนึงถึงสิ่งใดกัน? ซึ่งผมก็ไปพบอีกรูปหนึ่งที่นากาเซะกำลังไหว้ศาลพระภูมิที่เข้าใจว่าเอามาไว้เพื่อเป็นที่สิงสถิตของดวงวิญญาณ และมีป้ายนี้อยู่ใกล้ๆ ครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าตัวนากาเซะน่าจะมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่า ศพของทหารญี่ปุ่นถูกฝังในพื้นที่ราบแม่น้ำรันตี
หากใครแวะเวียนไปที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ ในบริเวณนั้น นอกจากตัวพระเจดีย์สามองค์แล้ว ก็ยังสามารถไปสักการะพระพุทธรูปในศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น เพื่อรำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตไปในพื้นที่สังขละบุรี รำลึกถึงความสำคัญของสันติภาพ ทางรถไฟที่อยู่ติดกับกำแพงของศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น ไม่ใช่แนวเส้นทางเดิมของทางรถไฟนะครับ เป็นแนวที่จำลองขึ้นมาใหม่ แนวเดิมจะอยู่บริเวณศาลพระสยามเทวาธิราช ซึ่งอยู่ใกล้กันกับศาลาสันติภาพไทยญี่ปุ่น
ขอบคุณข้อมูลจาก “Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ, ฟาร์มอ้นสังขละบุรี”



