กรณีที่มีคนร้ายขโมยยอดเกศ บนเศียรพระพุทธรูปองค์พระประธาน ภายในอุโบสถวัดหายโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งภายในพระเกศ มีทองคำหนัก 5 บาท และบนยอดพระเกศยังมีทับทิม เฉพาะทับทิมมีมูลค่าประมาณ 1 แสนบาท หายไป กว่าที่จะมีคนพบผิดสังเกตและแจ้งตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เกิดขึ้นในช่วงค่ำวันที่ 19 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา และคาดว่าพระเกศจะสูญหายไปก่อนหน้านั้น จึงเรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ แต่มีพระรูปหนึ่งที่มีพิรุธ ขับรถกระบะของวัดไปจอดไว้ที่สถานีขนส่งหนองคาย ซื้อตั๋วรถโดยสารสายหนองคาย-หาดใหญ่ แล้วโดยสารรถออกจากพื้นที่จังหวัดหนองคายไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
จับพิรุธ ‘หลวงพี่-วัดหายโศก’ ไม่ยอมตรวจลายนิ้วมือ-เผ่นหนี หลังเกิดคดี ‘พระเกศทองคำ’ ถูกขโมย
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 22 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ ต.ดอนเมือง อ.สีคิ้ว จะ.นครราชสีมา ตรวจสอบตามวัดต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนเขาและภายในป่า จนมาพบกับพระชรารูปหนึ่งแจ้งว่ามีพระผูกเปลนอนอยู่ศาลาริมทางมีท่าทางเหนื่อยล้า จึงได้สอบถามจนทราบจุดซึ่งห่างจากตัวอำเภอสีคิ้ว กว่า 30 กิโลเมตร

จนเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ร.ต.อ.ชัยแลน ปล้ำกลาง,ร.ต.อ.อรรถกานต์ สายรัมย์,ด.ต.รุ่ง โฉมกิ่ง นำกำลังตำรวจ กก.สืบสวน2 บก.สส.ภ.3 พร้อมหมายจับ บุกเข้าตรวจที่วัดซับกระสังข์ หมู่ 6 ต.ดอนเมือง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จับกุมพระมารุต อายุ 36 ปี ชาว จ.หนองคาย ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีลักทรัพย์ ของหมายจังหวัดหนองคาย เลขที่ จ.190/2569 ลงวันที่ 22 พ.ค.69 เบื้องต้นยอมรับว่านำรถวัดขับออกมา จอดที่บขส.และทิ้งกุญแจรถไว้จริง แต่ไม่ได้ขโมยยอดพระเกศทองคำมา
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีพฤติกรรมติดการพนัน มีข้อมูลในการเล่นเว็บพนันออนไลน์ และมีเงินเข้าเป็นจำนวนมากหลักล้านบาท และ พระมารุต เองก็ยอมรับว่าติดการพนันและเล่นการพนันมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

พระอาจาร์ธวัชชัย กตปญโญ อายุ 46 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดซับกระสัง เปิดเผยว่า เพิ่งรู้จักกับพระมารุต เนื่องจากตนโพสต์ว่าต้องการพระมาจำพรรษาที่วัด ลงใน facebook พระมารุตจึงได้ติดต่อมาและขอมาตามประสาที่วัด จากนั้นได้นัดแนะและพระมารุแจ้งตลอดว่าเดินทางมาถึงช่วงไหนแล้ว กระทั่งมาถึงอำเภอสีคิ้วจึงได้ให้รถยนต์ออกไปรับ ที่ปั๊มปตท.สีคิ้ว เมื่อมาถึงวัดก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก เพราะพระมารุต จำวัดเป็นส่วนใหญ่ ยืนยันในความบริสุทธิ์ของทางวัดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพระมารุต ไปทำการสึกทันที ก่อนจะนำตัวขึ้นรถไปที่ บก.สส.ภ.3 เพื่อเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดหนองคายมารับตัวดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างเดินทาง นายมารุต เปิดเผยว่า เดินทางมาที่วัดแห่งนี้ เนื่องจากว่าอยากมาจำพรรษา ส่วนรถกระบะของทางวัดนำออกมาโดยพละการไม่ได้แจ้งทางวัด และที่ไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือเพราะได้ออกมาจากวัดแล้วถึงทราบเรื่อง และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการขโมยยอดพระเกศทองคำ
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบมีเงินเข้าในบัญชีของพระมารุตในวันที่ 18 พ.ค.ผ่านมา เป็นจำนวน 150,000 บาท และพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 1 ล้านบาท เบื้องต้นนายมารุต อ้างรว่าเงินมาจากการเล่นพนันออนไลน์ เท่านั้น



