ค่ายทหารญี่ปุ่นใต้เพิงถ้ำใกล้กับห้วยซองกาเลีย สถานีรถไฟซองกาเลีย สังขละบุรี การค้นพบนี้เป็นการสืบค้นตามรอยเอกสารและภาพวาดเก่า จนเราสามารถพูดได้ว่าจุดนี้เป็นค่ายทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปพบกับภาพวาดของทหารญี่ปุ่นที่ระบุว่าเป็นค่ายของทหารญี่ปุ่นที่ซองกาเลีย ภาพวาดภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งใต้ภูเขาลูกนี้มีเพิงถ้ำขนาดใหญ่มากจนสามารถสร้างกระท่อมหลายหลังภายใต้เพิงถ้ำ มีข้อมูลจากทหารญี่ปุ่นที่เขียนเกี่ยวกับเพิงถ้ำแห่งนี้บางส่วนดังนี้

ตำนานสะพรึง! รถไฟสายมรณะ ทหารญี่ปุ่น 400 กว่านาย ‘ฮาราคีรี’ ฝังร่างบ้านนิเถะ
‘รถไฟสายมรณะ’ น้ำยิ่งลดร่องรอยยิ่งโผล่ พบอุปกรณ์แพทย์-คูเลต-หลุมหลบภัย

ซองไกร (Songkurai) หรือ ซองกาเลีย ตั้งอยู่สุดขอบทางตะวันตกของประเทศไทย อีกไม่ไกล 8 กิโลเมตรเข้าสู่ประเทศพม่า พื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขานั้นไม่ได้กว้างมากนัก แต่พอถึงฤดูฝน น้ำจะกลายสีโคลนขุ่นข้น บริเวณใกล้กับแม่น้ำสายนี้มีภูเขาอยู่ และภายในเขาลูกนี้มี “ถ้ำ” ที่พวกเราเคยอาศัยอยู่ ถ้ำแห่งนี้เกิดจากการที่น้ำจากบนดินซึมลงสู่ใต้ดินตามกาลเวลาที่ผ่านไป กัดเซาะภูเขาจนกลายเป็นโพรง คาดว่าน่าจะใช้เวลาสะสมมาเป็นเวลานานหลายร้อยหลายพันปี ภายในถ้ำสามารถใช้หลบฝนได้ แต่ความชื้นนั้นสูงมาก แม้จะเป็นฤดูแล้งก็ยังรู้สึกเย็นยะเยือก ราวกับก้าวเข้าไปอยู่ในห้องแช่แข็งที่ปรับอุณหภูมิต่ำมาก

ในยามสงคราม สถานที่แบบนี้ย่อมกลายเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติที่สำคัญ ทว่าการใช้ชีวิตโดยไม่ได้รับแสงแดดเลยนั้น ย่อมทำลายสุขภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในถ้ำยังมีความชื้นสูง มืดสลัวแม้ในเวลากลางวัน และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของยุงที่เป็นพาหะนำโรค มาลาเรีย

แม้ว่าการอยู่ในถ้ำจะช่วยให้รอดพ้นจากการโจมตีทางอากาศได้ แต่ในแง่ของการรักษาสุขภาพแล้ว ที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากข้างในมืดมาก แม้ในตอนกลางวันบางครั้งก็ต้องใช้ตะเกียงน้ำมันมะพร้าวหรือเทียนไขเพื่ออ่านหนังสือหรือเล่นโกะและหมากรุกญี่ปุ่น ในส่วนของโรงนอนทหารนั้น มีอาคารแยกต่างหากสำหรับผู้บังคับหมวด ส่วนโรงนอนหลักถูกสร้างให้มีทางเดินตรงกลาง และมีพื้นยกสูงแบ่งเป็นฝั่งซ้ายและขวาสำหรับทหารแต่ละหมู่

การใช้ชีวิตแบบกลุ่ม ที่แบ่งส่วนที่พักอาศัยตามหน่วย (กองร้อย) แม้จะเรียกว่าหน้าต่าง แต่ก็เป็นเพียงประตูที่เปิดทิ้งไว้เป็นจุดๆ เพื่อให้แสงลอดเข้ามาได้ ที่ใต้หมอนของแต่ละคน จะมีสิ่งของต่างๆ เช่น เสื้อผ้า กระติกน้ำ และปิ่นโต วางไว้ในที่ที่ห่างจากโรงนอนออกไป มีห้องอาบน้ำและห้องส้วมตั้งอยู่ ห้องอาบน้ำนั้นสามารถเข้าไปใช้ได้ตลอดเวลา

คลังเสบียงตั้งอยู่ในที่ราบกลางป่า ห่างจากโรงนอนทหารออกไปประมาณ 50 เมตร ที่นั่นมีข้าวสาร เกลือ และอื่น ๆ วางกองไว้ เนื่องจากมีความชื้นจึงมีเชื้อราขึ้นบ้าง ใกล้กับทางรถไฟ มีสิบเอก สึรุดะ (Tsuruda) จากหมู่ที่ 1 ทำหน้าที่เป็นเสมือนนายสถานี และมีอาคารพักอาศัยประจำสถานีอยู่ด้วย เมื่อข้ามทางรถไฟไป ฝั่งคลังเสบียงจะค่อย ๆ ลาดเอียงขึ้นจนกลายเป็นแนวเขาในที่สุด กล่าวคือ โรงนอนของหมู่ที่ 3 ตั้งอยู่บนส่วนหนึ่งของภูเขานั้น และแนวขวางทั้งหมดเป็นภูเขา หากมองจากระดับพื้นดินอาจดูไม่สูงนัก แต่ถ้าเทียบจากระดับความสูงเหนือน้ำทะเลก็นับว่าสูงพอสมควร ภูเขาเหล่านั้นเมื่อถูกห่อหุ้มด้วยหมอกยามเช้า ทัศนียภาพจะดูสงบเงียบและยิ่งใหญ่ราวกับภาพวาดพู่กันจีน แล้วมันมีเรื่องที่น่าสนใจ ไปพบกับเพิงถ้ำที่อยู่ไม่ไกลจากตัวสถานี แต่ปัจจุบันกลายเป็นสำนักสงฆ์ร้างที่ไปสร้างใต้เพิงผา และเป็นสวนยางพาราของชาวบ้านในปัจจุบัน

คำบอกเล่าชาวบ้านที่อยู่และเชี่ยวชาญในพื้นที่มากที่สุดคนหนึ่ง ยืนยันว่าเมื่อก่อนถ้ำแห่งนี้มีลักษณะเป็นเพิงถ้ำขนาดใหญ่ ใหญ่ขนาดสามารถนำรถยนต์ไปจอดได้ 50-60

ขอบคุณ ข้อมูล-ภาพ จาก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ฟาร์มอ้นสังขละบุรี หนังสือญี่ปุ่นชื่อแปลอังกฤษได้ว่า Distant Whistle – A Record and Photo Collecti on of the Construction of the Thai-Burma Rail way