จากกรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟขนสินค้า ชนรถเมล์สาย 206 ใต้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่สน.มักกะสัน นางสาวชฎาพร แซ่ก้อง เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากกรณีรถไฟพุ่งชนรถเมล์ เดินทาง มาพบพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อลงประจำวัน เนื่องจากกระเป๋าเอกสารและเงินสด จำนวน กว่า 2 หมื่นบาท หายบริเวณจุดเกิดเหตุ

นางสาวชฎาพร ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันนี้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อมาลงประจำวันว่า ในวันที่เกิดเหตุ เกิดอะไรขึ้นบ้าง และแจ้งความเอกสารหาย เพราะว่ากระเป๋าเงินหายไปพร้อมกับบัตรประชาชน ใบขับขี่ และก็บัตร ATM แล้วก็เงินสด อีกจำนวน 27,000 บาท

โดยในวันเกิดเหตุ ตนกำลังขี่รถจยย. ไปโลตัสพระราม 4 และกดเงินสดมาเพื่อจะไปไถ่แหวนทองที่ร้าน มุ่งหน้ามาทางเดียวกับรถเมล์คันเกิดเหตุ และจอดอยู่ถัดไปประมาณ 3 คัน ซึ่งมีรถเก๋ง และรถกระบะ ที่จอดใกล้กับรถเมล์ ประกบข้างรถ จยย.ของตน กระทั่งเกิดรถไฟพุ่งชนรถเมล์ ก่อนจะลากรถด้านข้างมาเกี่ยวรถจยย. ซึ่งตนได้รับบาดเจ็บ และรถจยย.ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้กระเป๋าเงินดังกล่าวได้หายไปด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภ้ยได้ส่งตนไปรักษาที่ รพ.เพชรเวช และเพิ่งออกจาก รพ.

“ในใบแพทย์ลงว่าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ แล้วก็เอ็นหัวเข่า ส่วนกระเป๋าที่หายเป็นกระเป๋าผ้า สีขาว สายสีน้ำเงิน ด้านในจะมีกระเป๋าตังค์สีดำ แล้วก็มีบัตรพนักงานที่เป็นสายคล้องสีดำ เขียนว่า “แซม” ในวันที่เกิดเหตุคือ กระเป๋ามันแขวนไว้ตรงแฮนด์ ” ผู้เสียหาย กล่าว.

ทั้งนี้ ผู้เสียหาย ยังระบุถึงเรื่องการเยียวยาด้วยว่า ทางโรงพยาบาลได้ต่อสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้น ตนไม่ได้เข้าข่ายที่จะได้รับการเยียวยา เนื่องจากไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือจะต้องรักษาตัว ที่ รพ.ถึง 21 วัน ทำให้ไม่ได้รับเงินเยียวยาดังกล่าวด้วย รวมถึงต้องจ่ายค่ายาด้วยตนเอง รถ จยย.ของตน เพิ่งจะซื้อมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ยังไม่ได้ พ.ร.บ. คุ้มครอง ก็ไม่สามารถเบิกได้ด้วย

ผู้เสียหาย เผยด้วยว่า อยากฝากถึงเรื่องการเยียวยาว่า ไม่เพียงแต่จะต้องเยียวยาผู้เสียชีวิตก่อน แต่มีผู้บาดเจ็บที่ทำอาชีพไรเดอร์ ที่ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน ต้องสูญเสียรายได้จำนวนมากด้วย คนกลุ่มนี้ควรจะได้รับการชดเชยเยียวยาด้วยเช่นกัน

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้มีการบันทึกปากคำผู้เสียหาย เพื่อรวบรวมไว้ในสำนวนดังกล่าวไว้แล้ว.