หลังเกิดปรากฏการณ์ซากสถานีรถไฟโบราณ “บ้านนิเถะ” จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่พ้นน้ำเหนือแม่น้ำรันตี ที่บริเวณบ้านสะพานรันตี ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มองเห็นด้วยตาเปล่าเป็นทางรถไฟขนาดใหญ่ รูปตัว Y ร่องรอยทางรถไฟ โรงซ่อมรถไฟ 2 แห่ง รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถ่านหิน ขวดสุรา หลุมหลบภัย หลุมระเบิด และเศษวัสดุก่อสร้างในอดีตที่ผ่านมา สร้างความตื่นตาให้กับนักท่องเที่ยว

การปรากฏขึ้นของร่องรอยทางประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นผลจากการปรับแผนระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2527 เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและการเกษตร โดยในปี 2569 มีการระบายน้ำเพิ่มเพื่อบำรุงรักษาโครงสร้างเขื่อน ทำให้พื้นที่ที่เคยจมอยู่ใต้น้ำยาวนานกว่า 42 ปี ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ตำนานรถไฟสายมรณะ ‘บ้านนิเถะ’ วิ่งข้าม 2 ประเทศสถานีสุดท้าย ‘ตันบูซายัต’

ตื่นตา ‘สถานีนิเถะ’ โผล่พ้นน้ำ ร่องรอยรถไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 กลางสังขละบุรี

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบกับนักประวัติศาสตร์ที่มีมีความรู้ด้านทางรถไฟสายมรณะสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกล่าวว่า ในอดีตทหารญี่ปุ่น 400 กว่านาย ได้ทำการสู้รบที่ประเทศพม่า แล้วเกิดการแพ้ จึงกลับมาที่สถานีรถไฟบ้านนิเถะ ทั้งหมดทำการฮาราคีรี (Harakiri) หรือเซปปก (Seppyku) ซึ่งเป็นพิธีกรรมการฆ่าตัวตายอย่างมีเกียรติของซามูไรญี่ปุ่นโบราณ โดยการใช้มีดสันแทงและคว้านท้องตนเอง เพื่อรักษาศักดิ์ศรี แสดงความจงรักภักดี หรือหนีความอัปยศจากการพ่ายแพ้ ซึ่งเดิมทีเป็นการตัดสินใจเอง แต่บางครั้งก็ใช้เป็นการลงโทษประหารชีวิตสำหรับซามูไร

“ที่ผ่านมา นายนาคาเซะ ชาวญี่ปุ่น ได้มาตามหาร่องรอยทหารญี่ปุ่นที่ฝังไว้ พอมาถึงแม่น้ำรันตี ได้เกิดการน้ำท่วมไปแล้ว ทำให้การตามหายากลำบาก ถึงแม้ถ้าเจอในสมัยนั้น ก็ไม่สามารถพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ว่าเป็นทหารญี่ปุ่นใช่หรือไม่ สุดท้ายแล้วหมดวิธี จึงได้สร้างศาลาไทย-ญี่ปุ่น ตั้งไว้บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ไว้เป็นที่ระลึกของทหารญี่ปุ่น 400 นาย นี่คือที่มาที่ไปของเหตุการณ์” นักประวัติศาสตร์ กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเป็นโอกาสพิเศษที่อาจไม่ได้พบเห็นได้บ่อย อีกทั้งในอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า จะเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วม ทำให้พื้นที่บางส่วนไม่สามารถเข้าชมได้ และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะต้องรออีกนานเพียงใดกว่าจะมีโอกาสได้เห็นภาพลักษณะนี้อีกครั้ง.

ขอบคุณข้อมูล Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ / ฟาร์มอ้นสังขละบุรี