เมื่อวันที่ 15 พ.ค. พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สภ.โป่งน้ำร้อน, ตม.จันทบุรี, กปช.จต. และ ฉก.นย.จันทบุรี ร่วมกันรับตัวบุคคลสัญชาติไทย 40 ราย หลังพ้นโทษจากเรือนจำในกัมพูชาและได้รับการประสานส่งกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

ภายหลังการรับตัวจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (NRM) และตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าในกลุ่มคนไทย 40 รายนี้ มีประวัติไม่ธรรมดา 6 ราย มีหมายจับติดตัว เป็นบุคคลตามหมายจับของ สน./สภ. ต่างๆ ในคดีค้างเก่า เจ้าหน้าที่จึงอายัดตัวส่งท้องที่เจ้าของคดีทันที

ส่วนอีก 15 ราย โยงใยบัญชีม้า พบประวัติเกี่ยวข้องกับการจัดหาและใช้บัญชีม้าในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บางรายพบความเชื่อมโยงในหลายคดี ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากการตรวจสอบพบว่าคนไทยกลุ่มนี้มีพฤติการณ์ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาไม่สงบ ทาง ฉก.นย.จันทบุรี จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นเวลา 7 วัน เพื่อสอบสวนขยายผลในเชิงลึก

ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้เร่งประสานงานไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ในคดีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าทั้ง 15 ราย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเด็ดขาดต่อไป ถือเป็นการตัดวงจร “นายหน้าค้าบัญชี” ที่หลบหนีไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน