เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่เทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ผู้สื่อข่าวรายงาน มีชาวบ้านกว่า 100 ราย นำสำเนาโฉนดที่ดินเข้าร่วมประชาคมกับเทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง โดยมีนายอภินันต์ ซุ่นอินทร์ เจ้าพนักงานที่ดิน ให้ข้อมูลด้านกฎหมายที่ดิน
ซึ่งชาวบ้านที่มาต่างประสบปัญหาที่ดินทำกิน ทั้งสวนลำไย สวนมะม่วง ที่นา และบ้านเรือน หายไปจำนวนมาก จากการถูกแม่น้ำลี้ไหลท่วม รวมกว่าพันไร่

นายอภินันท์ ซุ่นอินทร์ เจ้าพนักงานที่ดิน ระบุว่า ที่ดินหรือโฉนดที่จมแม่น้ำลี้ ชาวบ้านสามารถทวงสิทธิการครอบครองได้ตามกฎหมาย
สำหรับการประชาคมวันนี้ มาจากการที่นายอนันท์ เพ็ชร์หนู ผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้เข้ามาดูการหายไปของโฉนดที่ดินจากการพังของตลิ่งแม่น้ำลี้ ที่สะสมต่อเนื่องมายาวนาน โดยที่ ต.บ้านโฮ่ง เพียงตำบลเดียว มีที่ดินของชาวบ้านหายไปในแม่น้ำลี้กว่า 30 ไร่ บางรายที่ดินหายไปกว่า 70 ตร.ว. บางรายหายไปถึง 6 ไร่ ทั้งนี้ถ้าหากรวมทั้ง 4 อำเภอ มีที่ดินถูกแม่น้ำลี้กัดเซาะจมน้ำนับพันไร่ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้มอบเอกสารการแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ชาวบ้านกรอกรายละเอียด เพื่อส่งให้นายอำเภอ และ ผจว.ลำพูน ให้ชาวบ้านได้สิทธิในที่ดินของตนเองกลับคืนมา

“ที่ดินที่หายไปส่วนใหญ่เป็นโฉนด ทั้งสวนผลไม้และสิ่งปลูกสร้าง ตามกฎหมายระบุว่า ถ้าแม่น้ำไหลผ่านที่ดิน อาจจะกลายเป็นที่สาธารณะหรือเป็นเจ้าของที่ดินที่แม่น้ำพัดไปทับถมให้มีที่ดินเพิ่ม หรือที่เรียกกันว่าที่ดินงอก แต่ชาวบ้านก็ยังหวังว่าจะได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลหรือได้รับสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินกลับคืนมา”
ด้านนางจุฑามาศ ธนเจริญ ชาวบ้านที่มาร่วมประชาคม กล่าวว่า ที่ดินของตนถูกแม่น้ำลี้กัดเซาะจนหายไปกว่า 1 งาน แต่เมื่อรวมกันทั้งครอบครัวแล้วหายไปกว่า 3 ไร่ โดยค่อยๆ หายเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อหลายปีที่ผ่านมาจนมาถึงวันนี้ ที่ผ่านมา น้องชายตนเคยไปร้องขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานราชการหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทำให้ทุกวันนี้ไม่มีที่ดิน มีแต่โฉนดเท่านั้น หรือจากสวนลำไยกลายเป็นไปแม่น้ำลี้ การมาวันนี้ ทำให้มีความหวังว่าจะได้สิทธิการเป็นเจ้าของที่ดินของตนและครอบครัว

“รู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดหนึ่ง ที่ว่าจะได้สงวนสิทธิ์ในที่ดินหรืออาจจะมีการช่วยเหลือ อาจจะได้ที่ดินคืนมา” นางจุฑามาศ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชาคมดังกล่าว เนื่องจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้แจ้งมายัง อบต. และเทศบาลต่าง ๆ ภายใน 4 อำเภอที่แม่น้ำลี้ไหลผ่าน ขอให้มีการประชาคมชาวบ้าน เพื่อการทวงสิทธิครอบครองที่ดินที่หายไป กำหนดเวลาให้ส่งแบบฟอร์ม พร้อมด้วยโฉนดที่ดิน ทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนภายในวันที่ 12 มิ.ย. 69 นี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้จะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันตามกำหนด แต่ปรากฏว่า มีเพียงบาง อบต. และบางเทศบาลเท่านั้น ที่ได้ประชาคมไปแล้ว ทำให้ชาวบ้านที่โฉนดจมน้ำแต่ยังไม่ประชาคม ต่างวิตกกังวลว่า อบต. หรือเทศบาล จะมองไม่เห็นปัญหาชาวบ้าน ไม่เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ กระทั่งชาวบ้านจะต้องเสียสิทธิไปในที่สุด.



