สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่า นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบกับยูเครน ซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 5 เดือนแล้ว ว่า การเจรจาสันติภาพไม่มีความคืบหน้า ณ เวลานี้ เนื่องจากบรรดารัฐบาลตะวันตกซึ่งบงการรัฐบาลเคียฟอยู่เบื้องหลัง ต้องการให้ยูเครนสู้ในสมรภูมิ มากกว่าการเจรจาอย่างสันติ
แม้ตอนนี้ ทหารรัสเซียและกองกำลังสนับสนุนเน้นการสู้รบอยู่ในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งยืดเยื้อในภาคตะวันออกของยูเครน “เพื่อปลดปล่อย” จังหวัดโดเนตสก์และจังหวัดลูฮันสก์ อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟ กล่าวว่า “ภูมิศาสตร์สงครามเปลี่ยนไปแล้ว” นับตั้งแต่การเจรจาที่เมืองอิสตันบูลของตุรกี เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้นำไปสู่ความคืบหน้าอันใด รัสเซีย “มองไปไกลกว่าดอนบาส”
นักการทูตหมายเลขหนึ่งของรัสเซียกล่าวอย่างมีนัยด้วยว่า รัฐบาลมอสโกไม่สามารถปล่อยให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี “หรือใครก็ตามที่จะมาแทนที่ในตำแหน่งผู้นำยูเครน” คุกคาม “สาธารณรัฐโดเนตสก์” และ “สาธารณรัฐลูฮันสก์” ด้วยการใช้อาวุธโจมตีนำวิถีระยะไกล
???????????????????? War in Ukraine: #Russian foreign minister Sergei Lavrov says #Russia will expand the ambition of its military operations.
— FRANCE 24 English (@France24_en) July 20, 2022
He has said the action is in response to the western shipment of arms to Ukraine ⤵️ pic.twitter.com/ic1Y5krBrD
ในอีกด้านหนึ่ง พล.อ.มาร์ค มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ กล่าวว่า กองทัพยูเครนยังคงสามารถต้านทานการรุกคืบของกองทัพรัสเซียในภูมิภาคดอนบาสเอาไว้ได้ แม้ต้องเป็นฝ่ายถอนกำลังเพื่อถอยร่นออกจากจังหวัดลูฮันสก์ เมื่อต้นเดือนนี้ ด้านกระทรวงกลาโหมของสหรัฐออกแถลงการณ์ ยืนยันว่ารัฐบาลวอชิงตันพร้อมมอบความสนับสนุนด้านอาวุธโจมตีนำวิถีระยะไกลให้แก่ยูเครนเพิ่มเติมอีก
ขณะที่ นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) ประเมินความสูญเสียทางทหารของกองทัพรัสเซียในสงครามยูเครน ว่ากำลังพลเสียชีวิตไปแล้ว “ประมาณ 15,000 นาย” และ “อีกประมาณ 45,000 นาย” ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ส่วนกองทัพยูเครนสูญเสียกำลังพล “ไม่น้อยเช่นกัน” แต่ผู้อำนวยการซีไอเอปฏิเสธประมาณการ.
เครดิตภาพ : REUTERS



