นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) ของพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราค่าโดยสารของรถประจำทาง ที่ประชาชนจำนวนมากที่จะโดยสารกลับบ้าน แม้ว่า คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางจะตรึงราคารถทัวร์และรถร่วมบริการใหญ่ไว้ (ตรึงไปถึง 20 เมษายน 2569) แต่ก็กำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่สำหรับรถตู้ และรถมินิบัส จำนวน 3,000 คัน โดยจะเริ่มใช้ในวันที่ 6 เม.ย. 2569 อัตราค่าโดยสารใหม่ก็คำนวณโดยตั้งอยู่บนฐานราคาน้ำมันดีเซลที่ 38.99 บาท/ลิตร แต่ราคาน้ำมันในปัจจุบันเพิ่มสูงกว่า 50 บาท/ลิตรแล้ว 

รัฐบาลสามารถหลีกเลี่ยงแรงกดดันทั้งสองทางได้ด้วยการคงอัตราค่าโดยสารที่ปรับใหม่ไว้ ส่วนต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลสามารถคำนวณหาอัตราเงินอุดหนุนกับผู้ประกอบการ โดยคำนวณ (ก) ตามรายเส้นทาง (ข) ตามวันที่เดินทาง (เพราะราคาน้ำมันปรับขึ้นลงรายวัน) และ (ค) ตามจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางในแต่ละวันและในแต่ละเส้นทางได้

วิธีการนี้ จะช่วยลดปัญหาผู้ให้บริการลดจำนวนเที่ยวรถโดยสารลง (เพราะขาดทุนหากคิดค่าโดยสารในอัตราเดิม) ขณะเดียวกัน ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มค่าโดยสารในระหว่างเทศกาลสงกรานต์ ไม่ต้องกังวลใจว่าจะเป็นมาตรการที่ทำให้เกิดราคาน้ำมัน 2 ตลาด หรือทำให้มีการคาดการณ์และการกักตุนน้ำมันที่รัฐบาลยังควบคุมไม่ได้อีกด้วย วิธีการนี้ยังสามารถใช้ได้ในช่วงหลังสงกรานต์ต่อเนื่องได้ด้วย เพราะจะเป็นแรงจูงใจที่สมเหตุสมผลในการให้ประชาชนลดการใช้น้ำมัน โดยหันมาใช้รถสาธารณะแทน

หวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอของพรรคประชาชนเข้าพิจารณาในการประชุม ครม. ที่จะถึง และตัดสินใจเพื่อเป็นการคลายความกังวลใจให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่การกลับบ้านมีความหมายเป็นพิเศษในสังคมไทยของเรา.