สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่าศาลฎีกาของอิสราเอลมีคำพิพากษา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลอิสราเอลมีอำนาจภายในกรอบของกฎหมายสัญชาติ ฉบับปี 2551 เพิกถอนสัญชาติอิสราเอลของบุคคลใดก็ตาม ซึ่งมีพฤติการณ์ละเมิดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการก่อการร้าย การจารกรรม และการก่อการกบฏ


มติดังกล่าวของศาลสูงสุดแห่งอิสราเอล ถือเป็นการปฏิเสธคำร้องอุทธรณ์ของพลเมืองปาเลสไตน์ 2 คน ซึ่งถือสัญชาติอิสราเอลด้วย โดยศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองคนรับโทษจำคุกนานหลายปี ฐานก่อเหตุรุนแรงที่ส่งผลให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิต และรัฐบาลอิสราเอล กำลังดำเนินการเพิกถอนสัญชาติอิสราเอลของบุคคลทั้งสอง


แม้แถลงการณ์ของศาลระบุด้วยว่า การทำให้บุคคลหนึ่งต้องอยู่ในสถานะ “ไร้สัญชาติ” ถือเป็น “การท้าทาย” ต่อกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มติส่วนใหญ่ของคณะตุลาการเห็นพ้องว่า เรื่องนี้ไม่ได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ


ด้านสมาคมสิทธิพลเมืองของชาวอาหรับในอิสราเอล ออกแถลงการณ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลฎีกา “เป็นการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มพลเมืองเชื้อสายอาหรับ” เนื่องจากกรณีส่วนใหญ่ที่กำลังมีการพิจารณาเพิกถอนสัญชาติโดยรัฐบาลอิสราเอลนั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับชาวปาเลสไตน์ทั้งสิ้น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES