เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในประเด็นที่นายกฯ ไม่ปฏิบัติตามหลักนิติธรรม กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน ปูนบำเหน็จให้ทหารที่เป็นผู้ต้องหา โดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบกระทรวงกลาโหม โดยข้อหาคือส่อว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และกฎหมายกระทำการฝ่าฝืนระเบียบหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างมาก ปกป้องและสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชา บริวาร และพวกพ้องที่กระทำผิดกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงประเทศชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่เคารพหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมสิทธิมนุษยชน ทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการ

นายสมบัติ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 เหตุเกิดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย มีการฆาตกรรมลูกเรือชาวจีน 13 ราย เป็นคดีใหญ่กลางแม่น้ำโขง เป็นเรื่องสะเทือนใจมาก โดยลูกเรือคนจีน 12 คน เสียชีวิตจากการโจมตี ส่วนอีก 1 คน หายสาบสูญ รวมเป็นระยะเวลา 11 ปี แต่ปัจจุบันคดียังไม่สิ้นสุด บางคดีอาจหมดอายุความ แต่บางคดียังไม่หมดอายุความ ถือเป็นพฤติกรรมปกปิด หลังจากเกิดเหตุนายกรัฐมนตรีจีน ได้ประสานมายังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้ช่วยหาตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการค้าขาย-ท่องเที่ยวของชาวจีนแถบยูนนาน และสิบสองปันนา รัฐบาลจีนส่งคนมาร่วมสอบสวนด้วย คนจีนก็โกรธว่าทำไมทำกับพวกเขาแบบนี้

เรื่องดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และมีพฤติการณ์ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปกป้อง ช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ทำให้กระบวนการยุติธรรมล่าช้ากว่า 10 ปี แสดงให้เห็นการไม่เคารพหลักสิทธิมนุษยชน และมาตรฐานทางจริยธรรม ทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการทหาร

กรณีนี้ทำให้การค้าขายระหว่างประเทศสะดุด เพราะความไม่เข้าใจต่อกัน เนื่องจากมีผู้สงสัยเป็นนายทหาร ตั้งแต่ยศ พ.ท.-พ.ต. และ จ.ส.อ. รวม 9 คน ในคดีซ่อนเร้นศพและคดีฆาตกรรม ต่อมาอัยการสูงสุดทำสำนวนคดีสั่งฟ้องศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินดคี แต่ไม่สามารถส่งฟ้องเนื่องจากเอาผู้ต้องหามาส่งมอบตัวไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวกับนายกฯ โดยตรง เพราะขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. ส่วนแม่ทัพภาคที่ 3 และรอง ผบ.ตร.ในช่วงนั้น เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยในชั้นการสืบสวนทางลับพบว่ามีการสมคบคิดค้าขายเสพติด และสิ่งต่างๆ พัวพันกันพอสมควร

“หลังจากผ่านมา 11 ปี ยังไม่สามารถเอาตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ เพราะราชการทหารดึง ประวิงเวลา คดีซ่อนเร้นศพในที่เกิดเหตุ หมดอายุความไปแล้ว ส่วนคดีฆาตกรรมมีอายุความ 20 ปี เมื่อรัฐบาลรู้ว่าจะมีการอภิปราย คดีจึงมีความคืบหน้า เพราะกองทัพได้นำผู้ต้องหาเป็นทหาร 9 นาย ส่งฟ้องในวันที่ 25 พ.ค.65 แต่กว่าจะดำเนินการ เราได้ปล่อยเวลามาเนิ่นนาน กระทบต่อการค้าขายระหว่างไทย-จีน เสียโอกาส เสียเพื่อนที่ดีไปแล้วกว่า 10 ปี” นายสมบัติ กล่าว