สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ว่าเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รมว.การต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ทรงมีพระดำรัส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี เหตุระเบิดอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างความเสียหายยับเยินและเป็นวงกว้างให้กับท่าเรือหลัก ที่อยู่ริมชายฝั่งกรุงเบรุต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 135 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 3,000 คน ว่าแม้หลายฝ่ายให้ข้อมูลตรงกันเกี่ยวกับการที่คลังสินค้าภายในท่าเรือเก็บแอมโมเนียมไนเตรต ไว้มากถึง 2,750 ตัน แต่กลับยังไม่มีการสรุปได้อย่างชัดเจน ว่าสารเคมีอันตรายเหล่านั้น "เป็นของใคร"
#Saudi Arabia’s foreign minister says the insistence of the Iran-backed #Hezbollah group on imposing its will in Lebanon is a main reason for the country’s crisis, according to Al-Ekhbariya TV and a foreign ministry statement.https://t.co/Lh6vAB8Yb1
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) August 5, 2021
Protests broke out in Beirut, Lebanon, on the anniversary of the horrific explosion in the city’s port. With little accountability from the country’s government one year later, some are calling for an international probe into the circumstances surrounding the blast. pic.twitter.com/UZp5VYorLA
— NowThis (@nowthisnews) August 5, 2021
ขณะเดียวกัน เจ้าชายไฟซาลทรงมีพระดำรัสเกี่ยวกับ "จุดยืน" ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ "คือปัญหาหลัก" ที่ยิ่งทำให้สถานการณ์ภายในเลบานอนทวีความวิกฤติ ด้านผู้ถูกกล่าวหายังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการ ขณะที่การประชุมนานาชาติเพื่อระดมทุนเพิ่มเติม สำหรับช่วยเหลือเลบานอน ซึ่งมีฝรั่งเศสเป็นหัวเรือใหญ่ เปิดเผยว่า ยอดบริจาคอยู่ที่อย่างน้อย 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12,287.70 ล้านบาท ) โดย 1 ใน 3 ของเงินบริจาคมาจากรัฐบาลวอชิงตัน.
เครดิตภาพ : AP



