สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโซลนา ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยุโรป ( อีซีดีซี ) รายงานสถิติผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงใน 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) ว่า พบมากที่สุดในสเปน 3,125 คน ตามด้วย เยอรมนี 2,195 คน ฝรั่งเศส 912 คน เนเธอร์แลนด์ 712 คน โปรตุเกส 515 คน อิตาลี 374 คน และเบลเยียม 312 คน ส่วนสหราชอาณาจักรซึ่งไม่ได้อยู่ในอียู แต่เป็นประเทศแรกในยุโรปที่ยืนยันผู้ติดเชื้อ เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 2,137 คน


สำหรับอาการของผู้ป่วยฝีดาษลิงในยุโรปส่วนใหญ่ “มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง” และใช้เวลานานหลายสัปดาห์ในการรักษา ขณะที่อีซีดีซีเสนอให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย รับวัคซีนภายใน 4 วันแรก ปัจจุบัน องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป ( อีเอ็มเอ ) แนะนำวัคซีน “อิมวาเนกซ์” ( Imvanex ) ของบริษัทบาวาเรียน นอร์ดิก ผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติเดนมาร์ก ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีน “รุ่นล่าสุด” สำหรับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ ที่องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ประเมินประสิทธิภาพต่อโรคฝีดาษลิงไว้ที่ 85%


ในอีกด้านหนึ่ง นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ให้การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง “เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” ซึ่งเป็นการเตือนภัยขั้นสูงสุดตามเกณฑ์ของดับเบิลยูเอชโอ


นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ดับเบิลยูเอชโอยืนยันผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงสะสมมากกว่า 16,000 คน ในอย่างน้อย 75 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 5 ราย โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในทวีปแฟริกา แต่ทวีปยุโรปพบผู้ป่วยมากที่สุด และ 99% เป็นกลุ่มชายรักชาย


ทั้งนี้ การที่ผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ดับเบิลยูเอชโอมีมติเสียงข้างมาก ประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ และเท่ากับว่า ตอนนี้โลกกำลังเผชิญกับ 2 โรคภายใต้คำสั่งนี้ โดยอีกโรคหนึ่งคือโควิด-19 ซึ่งดับเบิลยูเอชโอประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2563


ปัจจุบัน เชื้อไวรัสฝีดาษลิงมี 2 สายพันธุ์หลัก คือ สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 1% และสายพันธุ์ที่ราบลุ่มคองโก มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 10%.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES