สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แถลงนโยบายต่อที่ประชุมใหญ่สภาคองเกรส ในกรุงมะนิลา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาตอนหนึ่งจากสุนทรพจน์ความยาว 78 นาที ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวถึงการสานต่อและขยายขอบเขตนโยบายเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ยุครัฐบาลชุดก่อนหน้า ของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แต่ไม่ได้พูดถึงนโยบายอื้อฉาวที่สุดของอดีตผู้นำ นั่นคือ สงครามยาเสพติด


ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวต่อไปว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานจะมีสัดส่วนประมาณ 5-6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) และให้คำมั่นว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันจะไม่ยกเลิกโครงการใดก็ตาม ที่ริเริ่มโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ขณะเดียวกัน มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวถึงการเพิ่มการลงทุนด้านพลังงานสะอาด แต่ในเวลาเดียวกัน เขา “เปิดกว้าง” กับแนวคิดของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ร่วมด้วย

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมสองสภา ในกรุงมะนิลา


เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายต่างประเทศ มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวว่า ฟิลิปปินส์ “เป็นอิสระ” และรัฐบาลของเขาจะไม่มีทางยอมสละพื้นที่แม้แต่ตารางนิ้วเดียวให้กับประเทศใดก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้น นโยบายต่างประเทศของฟิลิปปินส์เป็นที่จับตามากขึ้นตั้งแต่ยุคดูเตร์เต ว่าแม้โดยหลักการถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรของสหรัฐ แต่รัฐบาลมะนิลายกระดับความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้นในระยะหลัง


นอกจากนี้ มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวถึงมาตรการทางสังคมในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่จากเชื้อไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย ว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์อีก และเขาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการศึกษา เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ฟิลิปปินส์ตั้งแต่ฐานราก


อย่างไรก็ตาม การแถลงของผู้นำฟิลิปปินส์ บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้ล่วงลับ ซึ่งบริหารประเทศนาน 2 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2508 ไม่ได้เป็นที่ชื่นชมของประชาชนทุกฝ่าย โดยยังคงมีมวลชนจำนวนมากจัดการเดินขบวนประท้วงรัฐบาล และแสดงจุดยืนไม่ยอมรับมาร์กอส จูเนียร์ โดยมีการถือแผ่นป้ายข้อความ มีเนื้อหาทั้ง “ไม่เอากฎอัยการศึกอีกแล้ว” การประณามการทุจริตของตระกูลมาร์กอส และการเรียกร้องความเท่าเทียมทางสังคม.

เครดิตภาพ : REUTERS