ย่างเข้าฤดูฝนกันมาสักพักต่างชุ่มฉ่ำทั้งกายใจไปกับความตระการตาที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลละหมากรากไม้ ความอุดมสมบูรณ์ของบรรยากาศเย็นฉ่ำชื่นใจแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชูวัตถุดิบของดีในพื้นที่ของแต่ละชุมชนมาให้พวกเราคนไทยและต่างชาติได้ให้เป็นที่รู้จักและแปลงร่างเมนูประจำถิ่นให้สวยงามตอบโจทย์น่าทานมากขึ้นกับโครงการ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี 4” จัดโดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นโครงการที่ส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ระยะยาว การนำทักษะดิจิทัลมาขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการชุมชน การนำผลิตภัณฑ์และบริการที่มีเอกลักษณ์จากทุนสร้างสรรค์ของชุมชนมาเพิ่มมูลค่า ยกระดับชุมชนกลุ่มเป้าหมาย สู่ “ชุมชนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน” สามารถ “ช้อป-ชิม-ชม สร้างรายได้ตลอด 24 ชั่วโมง” รับเทรนด์การท่องเที่ยวยุค Next Normal

อ่านมาถึงขนาดนี้ไม่รอช้าขอชวนจับเข่าคุยกับอาจารย์สุถี เสริฐศรี อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หนึ่งในทีมที่ปรึกษาด้านโภชนาการอาหารให้กับพี่ๆชุมชนในพื้นที่ที่ร่วมโครงการ มาเล่าให้ฟังว่า “ผมได้มีโอกาสได้มาเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาจาก 10 ชุมชน ผมรับหน้าที่ดูแล 4 ชุมชน คือ ชุมชนนางเลิ้ง จ.กรุงเทพฯ วัลลภาฟาร์ม จ.ลพบุรี ชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี และชุมชนบ้านแหลมใหญ่ จ.สมุทรสงคราม โดยทางทีมของเรามีอาจารย์ที่มาจากหลากหลายสถาบันการศึกษาและหลากหลายความถนัดที่ได้ลงมาช่วยดูแลให้คำปรึกษาไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้คำแนะนำออกแบบผลิตภัณฑ์ การนำเสนอเมนูอาหารที่ชูของดีประจำชุมชน ตลอดจนกิจกรรมสันทนาการที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้เป็นจุดขายของชุนชม ให้เกิดการขับเคลื่อนผลักดันอาชีพที่ยั่งยืนและพี่ๆ สามารถดำเนินการต่อยอดต่อไปได้

ในโครงการนี้จาก 10 ชุมชน ทีมเราดูแล 4 ชุมชน 1 ในชุมชนที่เราเป็นที่ปรึกษาอย่างชุมชนบ้านแหลมใหญ่ จ.สมุทรสงคราม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ถึงแม้จะไม่ได้รางวัลชนะเลิศแต่รางวัลนี้เป็นรางวัลที่พี่ๆ ชุมชนบ้านแหลมใหญ่และพวกเราทีมปรึกษาทุกคนภูมิใจมาก ชุมชนบ้านแหลมใหญ่เป็นชุมชนใหม่ที่ยังไม่มีการชูวัตถุดิบอย่างปลาทูแดดเดียว น้ำตาลมะพร้าวมายกระดับ หรืออัตลักษณ์การท่องเที่ยวที่ชวนรับบรรยากาศสดชื่นจากธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืนเลยถือเป็นชุมชนใหม่ทางการท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง และการได้รับรางวัลในครั้งนี้เกิดจากพี่ๆ ในชุมชนช่วยกันนำเสนอ ช่วยกันคิด ช่วยกันบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของชุมชน เพื่อให้เราทีมที่ปรึกษามาตกผลึกจนได้เป็นจุดขายและสร้างแลนด์มาร์กของชุมชนประมงที่ผมจะเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนได้อย่างสนุกและตอบโจทย์ BCG Model ได้อย่างยั่งยืน”

อ่านเรื่องราวที่มาที่ไปจุดเริ่มต้นของโครงการและชุมชนที่ได้รับรางวัลแล้วอาจทำให้ใครหลายคนอยากได้เห็นของจริงกับตาและสัมผัสลิ้มรสชาติของพี่ๆ ชุมชนทั้ง 10 ชุมชน สามารถมาร่วมชมงานนิทรรรศการชุมชนที่ได้รับคัดเลือกจากโครงการ“สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี4” หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดได้ที่งานโดยจะจัดขึ้น ณ สนามบินน้ำ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในวันที่ 2-3 สิงหาคม 2565 นี้..