สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่านายปาลิฐา โคโฮนา เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า รัฐบาลโคลัมโบชุดปัจจุบันกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อขอรับความช่วยเหลือและความสนับสนุน ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ให้สามารถกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกครั้ง

โคโฮนาแสดงความเชื่อมั่นว่า หากได้รับความช่วยเหลือจากจีนในเรื่องดังกล่าว จะยิ่งเป็นการเน้นย้ำสถานะของรัฐบาลปักกิ่ง ในฐานะหนึ่งในสองประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศรีลังกา ที่นอกเหนือจากนั้นคือ ญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน จีนยังครองสัดส่วนหนี้ภายนอกของศรีลังกาอีกประมาณ 10% ด้วย
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตศรีลังกาแสดงความคาดหวัง เกี่ยวกับการที่ภาครัฐและภาคเอกชนของจีนจะเพิ่มการซื้อชา แซฟไฟร์ เครื่องเทศ และเสื้อผ้าสำเร็จรูปของศรีลังกา ตลอดจนการเจรจาให้รัฐบาลปักกิ่ง ผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการนำเข้าสินค้า “ให้มีความโปร่งใสและเจรจาง่ายกว่านี้” โคโฮนาแสดงความหวังว่า จีนจะกลับมาเพิ่มการลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่ 2 แห่งของศรีลังกา ซึ่งหยุดชะงักไปนานกว่า 2 ปีแล้ว หรือนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตศรีลังกาเปิดเผยด้วยว่า ประธานาธิบดีรานิล วิกรมสิงเห มีแผนเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน รวมถึงเงินกู้ก้อนใหม่ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 146,696 ล้านบาท) และแผนการที่นักท่องเที่ยวจากจีน จะกลับมาเยือนศรีลังกาอีกครั้ง หลังสถิติลดฮวบจากประมาณ 265,000 คน เมื่อปี 2561 “เหลือเกือบศูนย์” เมื่อปี 2562
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงพลังงานของศรีลังกา ประกาศระงับการนำเข้าเชื้อเพลิง ครอบคลุมระยะเวลาอีก 12 เดือนนับจากนี้ เนื่องจากขาดแคลนเงินตราต่างประเทศอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถนำเข้าและชำระหนี้พลังงานได้ ตอกย้ำความรุนแรงของวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ศรีลังกาได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2491.
เครดิตภาพ : REUTERS



