เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “Survive – สายไหมต้องรอด” โพสต์ข้อความพร้อมภาพเตือนภัย โดยระบุว่า เหตุเกิดช่วงเช้าประมาณ 08.00 น. ผู้เสียหายเดินทางโดยรถแท็กซี่ไปยังสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ พร้อมแฟนและแมว 1 ตัว เมื่อเดินลงจากรถ มีหญิงวัยกลางคนเข้ามาสอบถามและอาสาพาไปซื้อตั๋วโดยสารที่ชั้น 2

ผู้เสียหายระบุว่าไม่เคยมาใช้บริการจึงไม่ทราบขั้นตอน ก่อนถูกพาไปยังบริเวณร้านดังกิ้นโดนัท ซึ่งขณะนั้นปิดอยู่ และมีชายคนหนึ่งในชุดลำลองเข้ามาพร้อมสมุดจองตั๋ว ขอเอกสารบัตรประชาชนเพื่อนำไปออกตั๋ว

ต่อมาผู้ขายแจ้งว่าให้ซื้อ 3 ที่นั่ง ราคา 800 บาทต่อที่นั่ง รวม 2,400 บาท ทั้งที่ผู้เสียหายเข้าใจว่าราคาควรอยู่ราว 300–400 บาทต่อคน จึงเริ่มเอะใจและพยายามรอแฟนมาช่วยตัดสินใจ

จากนั้นผู้ขายพยายามเร่งให้จ่ายเงินสด พร้อมเสนอให้ไปกดเงินที่ตู้ ATM แต่เมื่อไปถึงพบว่าตู้ไม่สามารถใช้งานได้ ผู้เสียหายจึงเริ่มสงสัย และเดินไปตรวจสอบที่ช่องจำหน่ายตั๋วจริง ก่อนพบว่าราคาถูกกว่ามาก และมีเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นพฤติกรรมลักษณะ “ตั๋วลอย” อาจทำให้ผู้โดยสารขึ้นรถไม่ได้หากไม่ซื้อตั๋วจากระบบจริง

หลังทราบข้อเท็จจริง ผู้เสียหายแจ้งให้แฟนหยุดจ่ายเงิน แต่กลับถูกกลุ่มชายประมาณ 5–6 คนเข้ามาประกบกดดันให้ชำระเงินทันที

ต่อมาเกิดการโต้เถียง และมีการอ้างว่าสามารถคืนเงินได้ แต่จะหักค่าธรรมเนียม 20% สุดท้ายมีการคืนเงินบางส่วนจำนวน 1,920 บาท จากยอด 2,400 บาท

ผู้เสียหายระบุเพิ่มเติมว่า หลังเหตุการณ์มีชายหลายคนเข้ามาประกบ พูดจาไม่พอใจ และพยายามกดดันให้ขึ้นรถตามเดิม ทำให้ต้องรีบออกจากพื้นที่ไปอยู่ในจุดที่มีคนพลุกพล่านเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ขอให้เพจ “สายไหมต้องรอด” ช่วยเผยแพร่เพื่อเตือนภัยประชาชน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก