สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ในเมียนมา หลังมีการยืนยันการประหารชีวิตนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้าม 4 คน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ ที่มีการประกาศบทลงโทษประหารชีวิต “อย่างเป็นทางการ” ในเมียนมา ว่าจากมุมมองของรัฐบาลวอชิงตัน ตอนนี้ไม่มีประเทศใดสามารถสร้างอิทธิพลในทุกด้านต่อรัฐบาลทหาร “ได้มากเทียบเท่า” กับจีนอีกแล้ว


ทั้งนี้ นับตั้งแต่ผ่านพ้นการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 รัฐบาลทหารเมียนมายังไม่ได้เผชิญกับมาตรการกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ “ในระดับเท่าที่สหรัฐคาดหวัง” พร้อมทั้งเผยว่า มีการหารือในเบื้องหลังกับจีนและอินเดีย เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาด้วย แต่ยังปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม


ขณะที่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป ( อียู ) ออกแถลงการณ์ร่วมกันประณามรัฐบาลทหารของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย และเรียกร้องกองทัพเมียนมายึดมั่นและปฏิบัติตามฉันทาติ 5 ข้อ ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน )


อย่างไรก็ตาม นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ยืนกรานว่า รัฐบาลปักกิ่ง “มีจุดยืนชัดเจนในการไม่แทรกแซงกิจการภายใน” ของประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม “ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง” ควรดำเนินการร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น บนหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญเมียนมา.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES