น.ส.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ดีป้าได้จัดทำการสำรวจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคเกษตรกรรมไทย ปี 2564 เพื่อให้เห็นภาพรวม และประเมินความสามารถด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลของเกษตรกรไทย และการเปลี่ยนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศ จำแนกตามห่วงโซ่มูลค่า ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการจัดหาทรัพยากรและวัตถุดิบ เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการจัดการกระบวนการผลิต เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการสนับสนุนความสัมพันธ์กับลูกค้าและการบริหารจัดการธุรกิจ
ซึ่งผลการสำรวจจะต่อยอดเป็นดัชนีวัดความเข้มข้นในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเชิงลึก (Digital Density Index) จาก 2 กลุ่มเกษตรกรคือ กลุ่มเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และกลุ่ม Young Smart Farmer ใน 3 ขั้นตอนการทำการเกษตร ประกอบด้วย การเตรียมปัจจัยการผลิต การจัดการกิจกรรมการเกษตร และการค้าและการพาณิชย์

ทั้งนี้ผลสำรวจการใช้เทคโนโลยีในภาคเกษตรกรรมไทย ปี 2564 ชี้ให้เห็นว่า การกระจุกตัวของระดับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่ที่เกษตร 1.0 ถึง 2.0 โดยในขั้นตอนการทำเกษตรทุกขั้นตอน ซึ่งเกษตรกรที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายเล็ก มีเงินลงทุนน้อยและไม่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี จึงยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ขณะที่เกษตรกรที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ธุรกิจขนาดใหญ่ และกลุ่ม Contract Farming
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคเกษตรกรรมในระยะ 5 ปี คาดการณ์ว่าเกษตรกรจะปรับตัวเพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในขั้นตอนต่าง ๆ ในการผลิตมากขึ้น ด้วยต้นทุนเรื่องของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีแนวโน้มถูกลง และการส่งเสริมของภาครัฐในการให้ความรู้ทางวิชาการที่จำเป็นเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ทางการเกษตร ส่งผลให้ภายในระยะเวลา 5 ปีจากนี้ ภาคเกษตรกรรมไทยจะยกระดับไปสู่เกษตร 2.0 ถึง 3.0



