เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า โกงสอบท้องถิ่น มีนับ 100 ไม่ใช่แค่ 5 คน แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนการทุจริตการสอบบรรจุและเป็นพนักงานท้องถิ่น โดยกำหนดเวลา 30 วัน และให้รายงานผลทุก 10 วัน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อาจไม่ถูกใจคนไทย ที่รอดูผลการสอบในครั้งนี้ว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นอย่างไร

แต่เมื่อนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ออกมาให้ข่าวว่า ตอนนี้ได้นำรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุจำนวน 15,000 คน มาตรวจสอบกับรายชื่อที่มีข้อสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต และจะทราบผลภายในวันนี้ จึงเห็นว่าการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยจากการที่นายวรศิษฎ์ออกมายืนยัน ถือว่าได้มาถูกทางแล้ว และจะได้ทราบในเบื้องต้นว่า มีผู้สอบได้อยู่ในข่ายทุจริตกี่คน ซึ่งจะเป็นคำตอบให้กับสังคมว่า คนที่ได้รับการบรรจุผ่านการสอบโดยสุจริต จะได้รับความคุ้มครองจากภาครัฐและจากกระทรวงมหาดไทย

นายเทพไท ระบุว่า ในฐานะที่เป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ อยากจะเสนอแนะให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบเรื่องนี้ ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้คือ

1.นำรายชื่อข้าราชการที่ได้รับการบรรจุแล้ว 15,000 คนเป็นตัวตั้ง และนำรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจากการไปค้นเจอ ที่บริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จ.นนทบุรี มาเทียบเคียง มาตรวจตรวจสอบว่า มีรายชื่อหรือบุคคลใดทุจริตบ้าง เมื่อเจอบุคคลที่ทุจริตและพบตัวตนแล้ว ให้นำผู้ที่ทุจริตหรือรายชื่อผู้ทุจริตออกมาจากบัญชีข้าราชการที่ได้รับการบรรจุก่อนหน้านี้

2.ให้นำชื่อผู้ทุจริตที่ได้มาจากรายชื่อ 15,000 คน มาสอบสวนเพื่อต้องการทราบที่มาที่ไป ของขบวนการทุจริตในการสอบครั้งนี้ ต้องการทราบว่าผู้เข้าร่วมโครงการทุจริตในครั้งนี้ ได้จ่ายเงินให้กับบุคคลใด และจำนวนเท่าไหร่ เพื่อต้องการจะทราบว่า ใครคือนายหน้าที่มาเรียกรับประโยชน์จากขบวนการทุจริต

3.เมื่อได้ชื่อนายหน้าหรือผู้รับเงินจากการทุจริตมาแล้ว นำตัวมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป เพื่อหาความจริงว่า นายหน้าเหล่านี้ได้จ่ายเงินให้กับบุคคลใดที่เป็นต้นตอของการทุจริต เพื่อจะขยายผลนำไปสู่ปลายทางของการทุจริตว่า เป็นใครและอยู่ในกระทรวงมหาดไทย หรืออยู่ในฝ่ายการเมืองหรือไม่

4.เมื่อเจอต้นตอของการทุจริต ก็นำมาสอบสวนเพื่อรีดหาความจริงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไปถึงปลายทาง หรือจุดสุดท้ายของตัวการหรือผู้บงการใหญ่ หรือหัวหน้าขบวนการโกงการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น เพื่อจะได้ตัวการที่แท้จริง

นายเทพไท ระบุต่อไปว่า ผมเชื่อว่าสังคมไม่อยากให้มีแค่ตัวการที่เป็นข้าราชการ 5 คนตามกระแสข่าว ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้ เพราะสังคมเชื่อว่า 5 คนที่เป็นกระแสข่าว และเป็นข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นแค่ข้าราชการประจำ ซึ่งน่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้อีก เพราะเชื่อว่าการทุจริตในครั้งนี้ มีวงเงินสูงถึง 5,000 ล้านบาท น่าจะมีผู้เกี่ยวข้องขบวนการนี้ไม่ใช่เพียง 5 คน น่าจะมีมากกว่านี้ และถ้าหากว่าได้ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้ว 4 ข้อข้างต้น เชื่อว่าจะได้ผู้ร่วมขบวนการไม่น้อยกว่า 200 คน

กระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้เสียหาย จะต้องแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงในครั้งนี้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการทุจริตภาครัฐอีกต่อไป