สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า บริษัทยูนิเวอร์ซัล โซลาร์ อเมริกา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในรัฐแอริโซนา ที่ช่วยเหลือผู้พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์จัดหาแผงโซลาร์เซลล์ กล่าวว่า โรงงานที่วางแผนไว้จะช่วยให้บริษัทสหรัฐหลายแห่งหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี, ความล่าช้าในการขนส่ง และความท้าทายอื่น ๆ ซึ่งทำลายห่วงโซ่อุปทานที่ประกอบด้วยสินค้าที่ผลิตในเอเชียเป็นหลัก
ทั้งนี้ แผงโซลาร์เซลล์สหรัฐประมาณ 90% ผลิตในต่างประเทศ และการพึ่งพาการนำเข้า ได้ทำลายอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ของสหรัฐ ทั้งที่เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากสาธารณูปโภคและบริษัทต่าง ๆ ที่กังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
U.S. solar company plans panel factory in Panama to challenge Asia https://t.co/tUag6WSzKf
— Nichola Groom (@nicholagroom) July 26, 2022
แม้แผงโซลาร์เซลล์จะประกอบขึ้นในหลายประเทศของเอเชีย แต่วัตถุดิบของอุตสาหกรรม หรือโพลีซิลิคอน ถูกผลิตในจีนเป็นหลัก และเกี่ยวข้องต่อความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานในเขตปกครองตนเองซินเจียง
ด้านนายจอห์น เบอเรกคิส ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยูนิเวอร์ซัล โซลาร์ กล่าวว่า เขาเริ่มตรวจสอบความเป็นไปได้ของการเปิดโรงงานในปานามาเมื่อปีที่แล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ พิจารณาการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้แผนของผู้พัฒนาโครงการเกิดความระส่ำระสาย
“พวกเราเริ่มมองว่า… เราสามารถทำอะไรเพื่อพยายามออกจากเอเชียได้บ้าง” เบอเรกคิส กล่าว “บรรยากาศทางการเมืองระหว่างจีน เอเชีย และสหรัฐ จะไม่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว”
อนึ่ง บริษัทยูนิเวอร์ซัล โซลาร์ คาดการณ์ถึงการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่เขตประกอบการเสรีในเมืองโคลอน ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะมีกำลังการผลิตเริ่มต้นอยู่ที่ 600 เมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งอาจเพิ่มเป็น 2 เท่า ในช่วงต้นปีหน้า.
เครดิตภาพ : REUTERS



