สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโอสึจิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายร้อยคน และทหารมากกว่า 1,000 นาย ต่อสู้กับไฟป่าตั้งแต่เดือนที่แล้ว ซึ่งเผาทำลายพื้นที่ประมาณ 1,600 เฮกตาร์ แถบภูเขาของจังหวัดอิวาเตะ โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นทรัลพาร์ก ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ “เกือบห้าเท่า”

สำนักงานจัดการภัยพิบัติและดับเพลิงของญี่ปุ่น ระบุว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้ทำให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างน้อย 8 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน ส่วนประชาชนหลายพันคนต้องอพยพ เนื่องจากไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด นายโคโซะ ฮิราโนะ นายกเทศมนตรีเมืองโอสึจิ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาได้รับแจ้งว่า “ไฟป่าถูกควบคุมแล้ว” หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

แม้ฮิราโนะยกความดีความชอบให้กับปฏิบัติการดับเพลิงทางอากาศและภาคพื้นดิน รวมถึงฝนตกหนัก ที่ทำให้สามารถควบคุมเปลวเพลิงได้ แต่เขากล่าวว่า ทางการจะยังคงเฝ้าระวังต่อไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่เถ้าถ่านยังคุกรุ่นอยู่

ด้านสำนักงานเกียวโด รายงานว่า เหตุไฟป่าดังกล่าวเป็นไฟป่าครั้งใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น ในรอบกว่า 30 ปี

ทั้งนี้ ฤดูหนาวที่แห้งแล้งมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงของการเกิดไฟป่าเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่บรรดานักวิทยาศาสตร์กล่าวเตือนมานานแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลของมนุษย์ จะทำให้ช่วงภัยแล้งรุนแรงและคงอยู่เป็นเวลานานยิ่งขึ้น ซึ่งจะสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่า.

เครดิตภาพ : REUTERS