สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงเหตุการณ์โดรนตกใส่อพาร์ตเมนต์ความสูง 10 ชั้น ในเมืองกาลาตี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโรมาเนีย ส่งผลให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน ว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว และมองว่า “ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า โดรนลำนั้นลำนี้มีที่มาจากไหน จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด”
ปูตินกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีการตรวจพบโดรนของยูเครนในฟินแลนด์ โปแลนด์ รวมถึงในกลุ่มประเทศบอลติกมาแล้ว โดยปฏิกิริยาแรกเริ่มของกลุ่มประเทศเหล่านั้น และท่าทีของสหภาพยุโรป ( อียู ) เหมือนที่โรมาเนียเป็นอยู่ตอนนี้ “คือการโวยวายและกล่าวโทษรัสเซียก่อน” แต่เมื่อผลการตรวจสอบอย่างละเอียดออกมาหลังจากนั้น ปรากฏว่า รัสเซียไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
Putin says it's too early to say if the drone which strayed into Romania was Russian https://t.co/Hj8Egqgt19 https://t.co/Hj8Egqgt19
— Reuters (@Reuters) May 30, 2026
ทั้งนี้ ปูตินเสนอแนะให้โรมาเนียแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงอาจจะส่งเศษซากชิ้นส่วนของโดรนมาให้ เพื่อที่ทางรัฐบาลมอสโกจะได้ดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุในส่วนของตนเอง
Putin on Romania drone incident:
— Clash Report (@clashreport) May 29, 2026
No one can tell the origin of a particular aircraft until an examination of that aircraft has been carried out.
After all, we know that Ukrainian drones have flown into Finland, into Poland, and into some of the Baltic states.
The first… pic.twitter.com/27riB1hm63
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี นิกูชอร์ ดัน ผู้นำโรมาเนีย สั่งปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซีย ในเมืองคอนสตันซา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และประกาศให้กงสุลใหญ่ประจำสถานกงสุลแห่งดังกล่าว มีสถานะเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และต้องเดินทางออกจากโรมาเนีย เนื่องจากเหตุการณ์โดรนที่เกิดขึ้น สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งประกาศว่าจะตอบโต้โรมาเนียในเรื่องนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



