สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงเหตุการณ์โดรนตกใส่อพาร์ตเมนต์ความสูง 10 ชั้น ในเมืองกาลาตี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโรมาเนีย ส่งผลให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน ว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว และมองว่า “ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า โดรนลำนั้นลำนี้มีที่มาจากไหน จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด”


ปูตินกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีการตรวจพบโดรนของยูเครนในฟินแลนด์ โปแลนด์ รวมถึงในกลุ่มประเทศบอลติกมาแล้ว โดยปฏิกิริยาแรกเริ่มของกลุ่มประเทศเหล่านั้น และท่าทีของสหภาพยุโรป ( อียู ) เหมือนที่โรมาเนียเป็นอยู่ตอนนี้ “คือการโวยวายและกล่าวโทษรัสเซียก่อน” แต่เมื่อผลการตรวจสอบอย่างละเอียดออกมาหลังจากนั้น ปรากฏว่า รัสเซียไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้


ทั้งนี้ ปูตินเสนอแนะให้โรมาเนียแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงอาจจะส่งเศษซากชิ้นส่วนของโดรนมาให้ เพื่อที่ทางรัฐบาลมอสโกจะได้ดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุในส่วนของตนเอง


อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี นิกูชอร์ ดัน ผู้นำโรมาเนีย สั่งปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซีย ในเมืองคอนสตันซา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และประกาศให้กงสุลใหญ่ประจำสถานกงสุลแห่งดังกล่าว มีสถานะเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และต้องเดินทางออกจากโรมาเนีย เนื่องจากเหตุการณ์โดรนที่เกิดขึ้น สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งประกาศว่าจะตอบโต้โรมาเนียในเรื่องนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS