เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปราจีนบุรี ได้ประชุมแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนใน จ.ปราจีนบุรี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขายทุเรียนให้อินฟูลเอนเซอร์ดัง ผ่านแอดมินเพจดังแห่งหนึ่ง โดยมีการซื้อทุเรียนจาก 11 สวน ใน จ.ปราจีนบุรี ไปขายต่อผ่าน Facebook Live และกล่าวว่ามีทุเรียนยัดไส้มาไม่ตรงปก

ต่อมาสำนักงานพาณิชย์ จ.ปราจีนบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากเกษตรกรชาวสวนทุเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ในกรณีเกษตรกรชาวสวนทุเรียน 11 แห่ง ได้รับผลกระทบจากการ Live ขายทุเรียนของเพจดังเพจหนึ่ง โดยนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี มอบหมายให้นายชนาธิป เข้ารับเรื่องร้องเรียนและแก้ปัญหาให้เกษตรกรในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

สืบเนื่องจากแอดมินเพจดัง ได้เดินทางมายังสวนทุเรียนของเกษตรกรและได้ตกลงซื้อทุเรียนที่สวนจำนวนมาก รวมกัน 11 สวน เพื่อนำไปขายต่อ มีการระบุขนาด เป็น A B และ A B C ในราคาที่ขายจากหน้าสวน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่คำนวณราคาตลาดอยู่ในระหว่าง 130-135-145-150 บาท/กิโลกรัม ตามขนาดผล บางสวนอยู่ที่ราคา 120 บาท/กิโลกรัม

ตลอดเวลาที่มีการตัดทุเรียน ได้มีการตรวจนับและคัดเลือกทุเรียนด้วยตัวผู้ซื้อเอง จากนั้นนำขึ้นรถตู้ปิดทึบที่ผู้ซื้อจัดหามาเองบรรทุกทุเรียนไป โดยเจ้าของสวนได้กล่าวเตือนว่ารถปิดทึบมีความร้อนไม่เหมาะกับการขนส่งทุเรียน เมื่อผู้ซื้อได้นำทุเรียนขึ้นรถแล้วได้ทำสัญญาก่อนโอนเงิน โดยข้อความในสัญญาที่สำคัญคือการรับประกัน เมื่อผู้ซื้อชำระเงินและเดินทางกลับถึงหนองจอก กทม. ได้โทรฯ กลับมาว่าทุเรียนตกเกรดจำนวนมาก ขอส่งคืน และพูดผ่านโซเชียล ซึ่งทำให้ชาวสวนไม่สบายใจ เพราะชาวสวนทุเรียนตั้งใจขายทุเรียนที่ดีที่สุด มีมาตรฐานให้กับลูกค้า ทั้งเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกเองจากสวน เมื่อเลือกจนพอใจแล้วจึงตกลงขาย

โดยทุเรียนปราจีนฯ ที่ตกลงขายมีขนาด A B  มี 3 พูเต็ม กับ 1 เม็ด น้ำหนัก 2.5-5 กิโลกรัม และ ขนาด C มี 2 พู ทางผู้ซื้อให้รัดด้วยหนังยางสีแดงที่ก้านสำหรับทุเรียนขนาด C และผู้ซื้อขนไป นำไปปนกันหรือไม่ เกษตรกรผู้ขายไม่ทราบเหตุการณ์หลังจากขนทุเรียนไปแล้ว และมองว่า หากผู้ซื้อไม่พอใจสินค้า สามารถระงับการซื้อขายได้ตั้งแต่แรก ไม่ควรขนทุเรียนไปก่อน แล้วโทรฯ กลับมาขอเงินคืน เป็นการกล่าวหาและทำลายชื่อเสียง จึงได้พร้อมใจกันลงบันทึกประจำวัน และเดินทางเข้าพบ ผวจ.ปราจีนบุรี มอบหลักฐานสัญญา ภาพถ่ายในวันที่ทำการซื้อขาย การตัดทุเรียน เพื่อแสดงความโปร่งใสในการซื้อขายอย่างเป็นธรรม และเพื่อรักษาชื่อเสียงของทุเรียนปราจีนฯ

จากกรณีนี้ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนกล่าวว่า ชาวสวนทุเรียนในปราจีนฯ มีการปลูกทุเรียนตามธรรมชาติ ไม่เคยป้ายยา “ไม่เน้นลูกสวย แต่เน้นเนื้ออร่อย” เมื่อปีก่อนเพิ่งมีล้งเข้ามารับซื้อทุเรียน และปีนี้เป็นปีที่ 2 เป็นการเหมาหมดทุกขนาด ตั้งแต่จัมโบ้ ถึง ป๊อกแป๊ก ในราคา 110-115 บาท/กิโลกรัม ตัดที่ 80% ที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจะขายทุเรียนหน้าสวน หน้าบ้าน ตามแผง ตามงานเกษตร ขายลูกค้าประจำ ไม่เคยขายคัดเกรดแบบครั้งนี้ และถือเป็นบทเรียนที่ชาวสวนทุเรียนปราจีนฯ จะจดจำไว้ และกล่าวต่อไปว่า ด้วยความตั้งใจดีของชาวสวนทุเรียนปราจีนฯ ที่ต้องการช่วยกันทำให้ทุเรียนปราจีนฯ เป็นที่รู้จัก จึงได้ขายจำนวนมากให้กับอินฟูลเอนเซอร์ดัง หลังจากนี้คงต้องระมัดระวังมากขึ้น

ทางด้าน นายชนาธิป ได้รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว จึงให้แนวทางแก่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่ได้รับความเสียหายครั้งนี้ว่า ให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ให้ข้อมูลกับตำรวจและหากมีความเสียหายเพิ่มจากกรณีนี้ ให้แจ้งความดำเนินคดีต่อไป โดยทางจังหวัดและหน่วยงานจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้อย่างเต็มที่ และฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องเกษตรกรให้ระมัดระวังในการซื้อขายการทำสัญญาข้อตกลงที่เกษตรกรชาวสวนอาจถูกบีบด้วยการชำระเงิน เช่น ส่งของไปแล้วหากไม่เซ็นสัญญาจะไม่โอนจ่ายค่าสินค้า เป็นต้น ขอให้เกษตรกรดูแลกันและรักษามาตรฐานของผลผลิตให้ดีตลอดไป ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมจะช่วยส่งเสริมการขายให้กับเกษตรกรทุกสวนทุกคน