จากกรณี น.ส.เอ อายุ 23 ปี นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการบัญชี สบทบภาคค่ำ ของวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ตรัง เข้าร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกแจ้งให้ลาออกจากการศึกษา ทั้งที่เปิดเรียนและเข้าเรียนตามปกติแล้ว โดยวิทยาลัยอ้างว่าเกิดความผิดพลาดในการตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษา ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
นศ.สาว จ่ายค่าเทอม-เข้าเรียนแล้ว ช็อกวิทยาลัยให้เซ็นลาออกอ้างตรวจวุฒิพลาด
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 69 ที่วิทยาลัยเทคนิคตรัง อ.เมือง จ.ตรัง ดร.กษิดิฏฐ์ คำศรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคตรัง นายนันธวุฒิ น้อย รอง ผอ.ฝ่ายบริหารทรัพยากร นายณัฐพัฒน์ แสนสุข หัวหน้างานงานทะเบียน น.ส.ธรวิรินทร์ พวงสอน ประธานหลักสูตรสาขาการบัญชี ได้ร่วมกันชี้แจงในกรณีที่เกิดขึ้น

นายณัฐพัฒน์ หัวหน้างานงานทะเบียน กล่าวว่า วันที่ 16 มี.ค. 69 ผู้เสียหายเข้ามาสมัครเข้าเรียนต่อในระดับ ป.ตรี สาขาการบัญชี โดยเข้ามายื่นสมัครพร้อมด้วยเอกสาร เช่นใบระเบียน (รบ.) เอกสารประจำตัว ต่อเจ้าหน้าที่งานทะเบียน เมื่อตรวจสอบเห็นว่าจบระดับ ปวส. เจ้าหน้าที่จึงรับสมัคร ต่อมาวันที่ 30 มี.ค. ได้มีการประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิเข้าศึกษาต่อ ในวันที่ 2 เม.ย. ผู้เสียหายได้เข้ามารายงานตัวและมอบตัวกับครูผู้สอน แต่ปรากฏว่าในวันนั้น ทางผู้เสียหายไม่ได้นำใบระเบียน หรือใบ รบ. มา เนื่องจากผู้เสียหายเข้าใจว่าใบ รบ. ได้นำมายื่นให้แล้วตั้งแต่วันสมัคร แต่ตามแนวปฎิบัติของวิทยาลัย วันมอบตัวจะต้องนำใบ รบ. มาแสดงด้วย เพื่อยืนยันว่าสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. แต่ปรากฏว่าในวันนั้นได้ดำเนินการรับเข้ามาเป็นนักศึกษา เนื่องจากเป็นการให้โอกาสนักศึกษา

ซึ่งนักศึกษาได้สอบถามเจ้าหน้าที่ในวันรับสมัครจริงว่าสมัครได้หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ขณะนั้นน่าจะเข้าใจว่าเป็นการจบ ปวส. จึงรับสมัครไว้ เพราะคนที่จะมาเรียน ป.ตรี จะต้องจบ ปวส. เพราะเป็นหลักสูตรต่อเนื่อง และตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข้าใจว่าจบการศึกษาสาขาบัญชี ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดในขณะนั้นว่าจบบัญชีมาจริงหรือไม่
กรณีนี้ถือเป็นปีแรกที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมานักศึกษาที่เข้ามาสมัครจะเข้ามาสมัครตามวุฒิที่ตรงสาขา แต่ครั้งนี้มาสมัครไม่ตรงตามสาขาที่เรียน จึงเกิดการรับสมัครและเข้ามาเป็นนักศึกษา จนกระทั่งมาทราบขณะที่แจ้งให้กับทางผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักเรียนเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อขอทุนการศึกษาทุนละ 10,000 บาท โดยทางเจ้าหน้าที่สาขาได้ติดต่อไปยังสถานศึกษาเดิมที่ผู้เสียหายจบมา จนมาทราบว่าผู้เสียหายไม่ได้จบการศึกษาสาขาบัญชีมา จึงได้แจ้งไปยังผู้เสียหาย เหตุการณ์นี้อาจจะเป็นความบกพร่องจากการตรวจสอบของเรา

ขณะที่ ดร.กษิดิฏฐ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคตรัง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากวุฒิของผู้เข้าเรียนไม่ตรงสาขา ในส่วนของการรับผู้เรียนที่ไม่ตรงวุฒิไว้ ทางวิทยาลัยต้องยอมรับว่าเป็นความบกพร่องและความผิดพลาดของวิทยาลัยในขั้นต้นในการรับเข้าเรียน ซึ่งปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
ในส่วนของการชดเชยและเยียวยา เมื่อตรวจพบว่าผู้เรียนจบมาไม่ตรงวุฒิ โดยเราทราบเรื่องเมื่อวันที่ 21 พ.ค. คุณครูที่รับผิดชอบและผู้ที่เกี่ยวข้องก็ได้มาปรึกษากับตนเมื่อวัน 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนก็ได้ให้แนวทางไปว่าเราสามารถคืนเงินให้กับผู้เรียนได้ทั้งหมด แต่ทั้งนี้เราต้องทำความเข้าใจกับผู้เรียนหรือผู้เสียหายให้ชัดเจนถึงที่มาที่ไป ส่วนที่ผู้เสียหายต้องการค่าชดเชยหรือค่าเยียวยา ซึ่งขั้นแรกระบุว่าจำนวน 30,000 บาท ก็ได้แจ้งกับคุณครูไปว่าถ้าทางระเบียบราชการเราไม่สามารถที่จะใช้เงินราชการไปเยียวยาได้ ตนก็ให้แนวทางไปว่าให้รายงานผู้บังคับบัญชามาว่าเกิดความบกพร่องผิดพลาดอย่างไร และตนก็ได้ดำเนินการให้คืนค่าใช้จ่ายในส่วนของทางราชการไป
“ในส่วนนัดหมายที่จะคุยกับผู้เสียหายในวันนี้ (29 พ.ค.) เนื่องจากเมื่อวานติดราชการที่ จ.ภูเก็ต วันจันทร์ และวันอังคาร ที่จะถึงนี้ติดราชการที่ กทม. และจะเดินทางกลับมาในวันพุธ เลยให้เจ้าหน้าที่นัดผู้เสียหายาคุยในวันนี้ แต่เกิดการสื่อสารผิดพลาดระหว่าง เจ้าหน้าที่งานทะเบียน ซึ่งตนเรียนไปว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางวิทยาลัยสามารถคืนให้ได้ จึงเกิดความคลาดเคลื่อนกันว่าเมื่อคืนเงินในส่วนที่ราชการสามารถคืนได้ ผู้เสียหายไม่ต้องมาพบแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่แจ้งผู้เสียหายไปว่าไม่ต้องเข้ามาพบแล้วในวันนี้ จึงต้องยอมรับว่าการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ผิดพลาด”
เมื่อมีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง เราก็สามารถดำเนินการได้ 2 อย่างคือ 1.แจ้งให้ผู้เรียนรับทราบในเรื่องการลาออก 2.เมื่อตรวจพบประกาศพ้นจากสภาพการเป็นผู้เรียน เนื่องจากคุณสมบัติไม่ถูกต้อง แต่ในประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเนื่องจากเป็นความรู้สึกของผู้เรียน เราเข้าใจความรู้สึกของผู้เรียน ว่าตั้งใจที่จะมาเรียน เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมาจากตรวจสอบวุฒิ ตนเองก็มีความกังวลใจไม่น้อย
รวมทั้ง นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ก็ได้ประสานแจ้งมาให้ตนสื่อสารให้กับทางผู้เรียนหรือผู้เสียหายเข้าใจส่วนที่บกพร่องผิดพลาดของทางวิทยาลัย ซึ่งทางวิทยาลัยก็ยินดียอมรับเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน เพราะการจัดการเรียนการสอนเราก็ยังคงดำเนินการต่อไป การดูแลความรู้สึกของผู้เสียหายก็เป็นเรื่องสำคัญ
ในเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น เราก็ปฏิเสธไม่ได้ เมื่อมีการเผยแพร่ มีการโพสต์และแชร์กันออกไป ผลกระทบในด้านลบกับทางวิทยาลัยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในส่วนคุณภาพการจัดการเรียนการสอน เราก็ยังคงมุ่งมั่นดำเนินการต่อไป
ในส่วนของการที่ผิดพลาดขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาสืบหาข้อเท็จจริงว่าเกิดการผิดพลาดขึ้นมาได้อย่างไร จะได้วางมาตรการกำกับติดตามในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป ไม่เฉพาะการตรวจสอบวุฒิการเรียน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากนี้จะมีการติดต่อพูดคุยกับทางผู้เสียหาย เพื่อหาทางออกและหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างดีที่สุด และให้ความเป็นธรรมกับทางผู้เสียหายต่อไป.



