สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่ากระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์ซีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลา จากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียวซึ่งพบได้ยาก อยู่ที่อย่างน้อย 204 ราย จากจำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยอย่างน้อย 867 คน นับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ติดเชื้อที่แท้จริง อาจสูงกว่าที่มีการเปิดเผยออกไปมาก เนื่องจากมาตรการตรวจคัดกรองเป็นไปอย่างล่าช้า และมีข้อจำกัดทั้งจำนวนชุดตรวจ และบุคลากรซึ่งไม่เพียงพอ


ส่วนในยูกันดา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของดีอาร์คองโก มีการพบผู้ป่วยจากเชื้อดังกล่าวแล้ว 3 คน และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา (แอฟริกาซีดีซี) เฝ้าระวังประเทศเพื่อนบ้านและใกล้เคียงกับดีอาร์คองโกและยูกันดา ไม่ว่าจะเป็นแองโกลา บุรุนดี สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (ซีเออาร์) สาธารณรัฐคองโก (คองโก-บราซาวีล) เอธิโอเปีย เคนยา รวันดา ซูดานใต้ แทนซาเนีย และแซมเบีย


ปัจจุบัน วัคซีนป้องกันโรคอีโบลาที่มีอยู่ ใช้สำหรับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ซาอีร์ซึ่งพบบ่อยที่สุดเท่านั้น ดับเบิลยูเอชโอและองค์กรพันธมิตรอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะสามารถนำวัคซีนหรือยารักษาโรคที่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา มาใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียวดีหรือไม่


อนึ่ง เชื้อไวรัสอีโบลาแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรง กับสารคัดหลั่งของร่างกายจากผู้ติดเชื้อหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ ก่อนหน้านี้ เชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว เคยทำให้เกิดการระบาดเพียง 2 ครั้ง คือเมื่อปี 2550 และ 2555 มีผู้เสียชีวิตราว 30% ของผู้ป่วย


สำหรับอาการของโรคอีโบลามักเริ่มปรากฏภายใน 2-21 วัน หลังได้รับเชื้อ ในระยะแรก อาการจะคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย แต่เมื่อโรครุนแรงขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการอาเจียน ท้องเสีย และอวัยวะภายในเริ่มล้มเหลว ผู้ป่วยบางคนอาจมีภาวะเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย

อัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยของผู้ป่วยอีโบลาอยู่ที่ประมาณ 50% แต่ในการระบาดหลายครั้งก่อนหน้า อัตรานี้เคยผันผวนตั้งแต่ 25% ไปจนถึงสูงถึง 90%.

เครดิตภาพ : REUTERS