สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานการเกิดเหตุโจมตีเรือนจำ ในเมืองโอเลนิฟกา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของกองกำลังนิยมรัสเซีย บริเวณแนวรบด่านหน้า ของสมรภูมิในจังหวัดโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 75 คน โดยผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงเชลยศึกที่เป็นทหารยูเครนด้วย
ขณะที่กองกำลังสนับสนุนรัสเซียรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งให้ข้อมูลด้วยว่า กองทัพยูเครนเป็นผู้โจมตีเรือนจำแห่งนี้ โดยการใช้ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรสูง “ไฮมาร์ส” (HIMARS) ที่ได้รับความสนับสนุนจากสหรัฐ

ต่อมา กระทรวงกลาโหมของยูเครนออกแถลงการณ์ ว่ากองทัพรัสเซียและกองกำลังสนับสนุนเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเรือนจำแห่งนั้นเอง “เพื่อปกปิดความไม่ปกติ” ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้น ด้านนายดมิโทร คูเลบา รมว.การต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า ความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นกับเรือนจำแห่งนี้ เป็นอาชญากรรมสงคราม และเรียกร้องประชาคมโลกร่วมกันประณามรัฐบาลมอสโกในเรื่องนี้
WARNING: GRAPHIC CONTENT – Dozens of Ukrainian prisoners of war appeared to have been killed when a prison building in Olenivka was destroyed in a missile strike, with both Russia and Ukraine accusing each other of responsibility for the attack https://t.co/7bVWoBj0d2 pic.twitter.com/fOuvyId4Mk
— Reuters (@Reuters) July 29, 2022
ในอีกด้านหนึ่ง นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย สนทนาทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ โดยลาฟรอฟย้ำกับบลิงเคน ว่ารัสเซียจะ “บรรลุเป้าหมายทั้งหมด” ที่เกี่ยวข้องกับยูเครน และย้ำเตือนว่า การที่รัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรตะวันตก ยังไม่ยุติการส่งมอบอาวุธให้แก่ยูเครน มีแต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย และมีความสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนบลิงเคนกล่าวกับลาฟรอฟ ว่าสหรัฐและพันธมิตรจะไม่มีทางให้การยอมรับ “การยึดครอง” ของรัสเซีย ที่มีต่อดินแดนส่วนใดก็ตามของยูเครน และเตือนเรื่องการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลมอสโกอีก.
เครดิตภาพ : REUTERS



