สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีมติ 217 ต่อ 213 เสียง ในการประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผ่านกฎหมายห้ามพลเรือนครอบครองและใช้อาวุธจู่โจม หรือปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี หรือนับตั้งแต่มีการบัญญัติกฎหมายแบบเดียวกันนี้ เมื่อปี 2537 ทว่ากฎหมายนั้นไม่ได้รับการต่ออายุอีก เมื่อครบกำหนด 10 ปี
อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่กฎหมายห้ามพลเรือนครอบครองและใช้อาวุธจู่โจมฉบับใหม่ จะไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา เนื่องจากต้องการเสียงสนับสนุนอย่างน้อยสองในสาม หมายความว่า ต้องมีวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันไม่น้อยกว่า 10 คน ร่วมออกเสียงสนับสนุนกับพรรคเดโมแครต ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายและลงมติของวุฒิสภาในเรื่องนี้ว่า โดยส่วนตัวเขาคาดหวัง จะได้ลงนามในกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
The U.S. House of Representatives passed legislation banning assault-style rifles that have been used in mass shootings, sending it to the Senate where it faces likely defeat https://t.co/o5u57igAbP pic.twitter.com/mS4FzKjXyc
— Reuters (@Reuters) July 30, 2022
ขณะเดียวกัน ไบเดนซึ่งเคยดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์ กล่าวว่า เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ลงมติรับรองกฎหมายฉบับปี 2537 และตลอดระยะเวลาที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ สถิติจากหลายแหล่งบ่งชี้ชัดเจนว่า การกราดยิงในสหรัฐลดลงมาก แต่เมื่อกฎหมายหมดอายุ การกราดยิงในประเทศเพิ่มมากขึ้นสามเท่าตัว เนื่องจากอาวุธปืนกลายเป็นสินค้าที่หาซื้อง่าย
อนึ่ง ผู้นำสหรัฐลงนามให้กฎหมายปฏิรูปอาวุธปืนอีกฉบับ มีผลบังคับใช้ เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา มีสาระสำคัญรวมถึงการเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ซื้อปืน ที่มีอายุระหว่าง 18-21 ปี การมอบความสนับสนุนด้านงบประมาณจากส่วนกลาง ให้แต่ละรัฐบัญญัติกฎหมาย อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดและตัดสิทธิการครอบครองอาวุธปืน จากบุคคลซึ่งศาลวิจิฉัยว่า อันตรายเกินกว่าที่จะครอบครองอาวุธปืน เนื่องจากเป็นภัยคุกคามทั้งต่อตนเองและบุคคลรอบข้าง ตลอดจนการอาจนำงบประมาณส่วนนี้ไปสนับสนุนโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การฟื้นฟูสุขภาพจิต และการบำบัดยาเสพติด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



