เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ดร.วีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนักวิชาการมองว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนเป็นนโยบายหาเสียงว่า การเพิ่มเงินอุดหนุนดังกล่าว ไม่ได้เป็นการทำเพื่อเป็นนโยบายหาเสียง แต่การปรับเงินอุดหนุนรายหัวนั้น ศธ.ไม่ได้มีการปรับเพิ่มมานานกว่า 10 ปี และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ มีความต้องการให้การปรับเงินจำนวนดังกล่าวสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อบรรเทาภาระความเดือดร้อนของผู้ปกครอง 

รองปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า ศธ.ยืนยันว่า การเพิ่มขึ้นเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐาน นี้ทำขึ้นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เรียนและเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ครอบคลุมการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาทางเลือก โดยปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2569 

โดยสามารถจำแนกตามรายการค่าใช้จ่าย ดังนี้ ค่าใช้จ่ายด้านผู้เรียน มี 2 ส่วน คือ 1.ค่าอุปกรณ์การเรียน ปรับเพิ่มตามผลการศึกษาคำใช้จ่ายจริงสำหรับอุปกรณ์การเรียนพื้นฐาน ซึ่งอ้างอิงราคาขายร้านสหกรณ์โรงเรียน โดยจัดให้ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน ตั้งแต่ปี 2566 และคงอัตราเดิมในปีต่อไป และ 2.ค่าเครื่องแบบ ปรับตามผลการศึกษาค่าใช้จ่ายจริง สำหรับเครื่องแบบนักเรียน 1 ชุด ประกอบด้วยเสื้อ กางเกง หรือกระโปรง โดยให้ผู้เรียนทุกคนมีเครื่องแบบครบ 1 ชุด และเพิ่มเติมอีก 1 ชุด เฉพาะผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับค่าใช้จ่ายด้านสถานศึกษา ได้แก่ 1.ค่าจัดการเรียนการสอน และ 2.ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทั้งในระบบและนอกระบบ ให้ใช้วิธีทยอยปรับเพิ่มอัตราแบบขั้นบันได ในลักษณะงบประมาณผูกพันต่อเนื่อง ต่อเนื่อง 4 ปี ส่วนประเด็นว่าการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน เพิ่มขึ้นน้อยมาเมื่อเทียบกับเงินเดือน ค่าตอบแทนครูและบุคลากรและการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคมได้นั้น ขอถามกลับไปว่า ไม่ทราบว่า ศ.ดร.สมพงษ์ นำตรรกะใดในการนำสองเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกัน เพราะครูและบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการมีมากกว่า 6 แสนคน เงินเดือนและค่าตอบแทนก็เป็นงบประจำที่ต้องจ่ายเป็นปกติ จะนำเปรียบเทียบกับการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวได้อย่างไร และเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนที่เพิ่มขึ้นก็คงไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ทั้งหมดดั่งอาจารย์ว่าก็จริง แต่นี้คือความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองและยังเป็นปัจจัยที่สถานศึกษาได้รับเพิ่มในการจัดการศึกษาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 

‘อยากให้นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องได้เห็นถึงความพยายามที่จะดูแลการศึกษาดูแลเด็กและเยาวชน ดูแลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาทุกแห่งของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการนำของนางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้ให้กำลังใจคณะรัฐบาลที่อนุมัติเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนในสี่ปีนี้ มากถึง 8,066 ล้านบาท เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นการจัดงบประมาณที่ลงถึงผู้เรียนโดยตรงอย่างแท้จริง’ ดร.วีระ กล่าว