ในช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอหลายคลิปบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายช่องทาง เช่น ยูทูบ อินสตาแกรมและติ๊กต็อก จากสมาชิกหลายราย โดยเนื้อหาในคลิปเกี่ยวกับการขโมยรถและวิธีการขโมย โดยเน้นไปที่รถยนต์ยี่ห้อ Kia และ Hyundai 

บางคลิปแสดงวิธีการขโมยรถโดยแก๊งขโมยรถที่เรียกตัวเองว่า ‘Kia Boys’ ซึ่งตระเวนขโมยรถยนต์เพื่อความสนุก โดยเริ่มจากการถอดชิ้นส่วนครอบก้านพวงมาลัยออกแล้วใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ ที่หาได้ในรถ เช่น สายยูเอสบี มาต่อสายตรงเพื่อสตาร์ตเครื่องยนต์

เมื่อขโมยรถได้แล้ว แก๊งเหล่านี้ซึ่งมักเป็นกลุ่มวัยรุ่น ก็จะนำรถไปขับเล่น ซึ่งมักจะเป็นการขับโดยประมาท ไม่สนใจการเฉี่ยวชน จนเมื่อรถพัง ก็จะทิ้งรถคันนั้น แล้วไปขโมยรถคันใหม่

สันนิษฐานว่าเทรนด์ขโมยรถนี้เริ่มต้นขึ้นในเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน แก๊งขโมยรถมักจะเลือกขโมยรถยี่ห้อ Kia และ Hyundai มากกว่าครึ่งหรือจำนวน 66% ของรถที่โดนขโมย ซึ่งเทียบกับสถิติเมื่อปีที่แล้ว นับว่าเพิ่มขึ้นถึง 2,500%

หน่วยตำรวจเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัฐฟลอริดา ให้ความเห็นว่าเทรนด์ขโมยรถนี้ ‘มีความผิดปกติ’ เนื่องจากเป็นการขโมยรถที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์คอนเทนต์ลงบนโซเชียลมีเดีย

หน่วยตำรวจดังกล่าวได้โพสต์ข้อมูลลงบนทวิตเตอร์ของหน่วยงานว่า นับตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา รถที่โดนขโมยทั้งหมดมี 56 คัน และ 23 คันในจำนวนนั้นเป็นรถยี่ห้อ Kia กับ Hyundai รุ่นปี 2564 หรือเก่ากว่า ซึ่งใช้กุญแจรถในการสตาร์ตเครื่องยนต์ จึงแนะนำให้ประชาชนที่ใช้รถยนต์ยี่ห้อดังกล่าวล็อกรถให้ดี รวมถึงหาอุปกรณ์ล็อกคอพวงมาลัยและติดตั้งสัญญาณกันขโมย

ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเทกซัส ก็เป็นอีกแห่งที่รถทั้งสองยี่ห้อตกเป็นเป้าหมายของแก๊งขโมยรถ เนื่องจากเป็นรถยี่ห้อและรุ่นที่มี ‘จุดอ่อน’ แก๊งขโมยรถสามารถหาช่องทางสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ หลังจากที่ถอดชิ้นส่วนก้านพวงมาลัยออกไป 

เทรนด์การขโมยรถนี้กลายเป็นเรื่องอันตราย ในหลายกรณีซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ พบว่าการโขมยรถและนำไปขับเล่นโดยประมาท ทำให้มีคนเดินถนนต้องได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหลายรายแล้ว

ทาง Kia และ Hyundai ได้ออกแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนว่าบริษัททั้งสองได้รับทราบถึงเหตุการณ์ขโมยรถดังกล่าว แต่ก็ยืนยันว่ารถทุกรุ่นของทั้งสองบริษัทผลิตขึ้นตามมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ของสหรัฐ

แหล่งข่าว : insider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES