สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า “เมเทโอ ฟรานซ์” สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศส ระบุว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ฝรั่งเศสเผชิญกับเดือน ก.ค. ที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างการป้องกันทางธรรมชาติของเมืองหลวงต่อภาวะโลกร้อนด้วย

ทั้งนี้ ศาลาว่าการกรุงปารีสแสดงความต้องการที่จะสร้าง “เกาะแห่งความสดชื่น” และวางแผนปลูกต้นไม้กว่า 170,000 ต้น ภายในปี 2569 รวมถึงการเปลี่ยนสนามโรงเรียนหลายสิบแห่ง จากพื้นคอนกรีตเป็นพื้นดินและหญ้า

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่สีเขียวของศาลาว่าการ กลับกระตุ้นให้เกิดการประท้วงขึ้น โดยนายตังกุย เลอ ดังเตก ผู้เชี่ยวชาญการวางผังเมือง และนักรณรงค์ด้านนิเวศวิทยาหลายคนกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้โค่นต้นไม้อายุหลายสิบปีเป็นจำนวนมาก แลกกับการสร้างพื้นที่สวน

นอกจากนี้ กลุ่มนักเคลื่อนไหวสีเขียวกล่าวเสริมว่า การโค่นต้นไม้ใหญ่เพื่อปรับภูมิทัศน์ของเมือง คือสิ่งที่ขัดแย้งต่อความทะเยอทะยานของทางการเอง เนื่องจากต้นกล้าเปราะบางมากกว่าเมื่อต้องเจอกับความแห้งแล้ง และมีประโยชน์น้อยกว่าในการต่อสู้กับรังสีความร้อน

แม้นักวางผังเมืองของศาลาว่าการจะกล่าวว่า กรุงปารีสไม่สามารถปรับโฉมให้ดีขึ้นเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยไม่โค่นต้นไม้บางต้นได้ แต่ด้านนักเคลื่อนไหวคนหนึ่งโต้แย้งว่า “ต้นไม้เหล่านี้มีบทบาทสำคัญ”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES