สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเดินทางเยือนกรุงมะนิลา เมื่อวันเสาร์
WATCH: President Ferdinand Marcos Jr. meets United States Secretary of State Anthony Blinken in Malacañang on Saturday, August 6. During their meeting, Blinken praises state of PH-US ties and mentions commitment to Mutual Defense Treaty.
— Rappler (@rapplerdotcom) August 6, 2022
Read: https://t.co/KszdT1eCpb pic.twitter.com/OvQTJ4oBd4
ทั้งนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวถึงการเยือนของบลิงเคนว่า “เป็นไปตามช่วงเวลาอันสมควร” และกล่าวถึงการที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เยือนกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน เมื่อช่วงกลางสัปดาห์นี้ ว่าโดยส่วนตัวเขามองว่า “ไม่ได้เพิ่มความเข้มข้นมากเท่าใดนัก” ให้กับสถานการณ์ “ซึ่งตึงเครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว” แต่เป็นการ “กระตุ้น” ให้บรรยากาศนั้นกลับมาอีกครั้ง

ขณะที่บลิงเคนกล่าวกับมาร์กอส จูเนียร์ ว่าสหรัฐยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัด ต่อข้อตกลงด้านความมั่นคงระดับทวิภาคี นั่นคือ ข้อตกลงเยี่ยมเยืยนทางทหาร (วีเอฟเอ) ที่เกี่ยวกับการซ้อมรบ และการประจำการทหารในระยะสั้น ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้ครั้งแรก เมื่อปี 2541 และต้องมีการต่ออายุเป็นระยะ โดยเรื่องนี้มีปัญหายากมากในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ซึ่งข่มขู่ยกเลิกข้อตกลงฉบับนี้มาตลอด จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาประนีประนอมกันได้ และเห็นพ้องขยายข้อตกลง เมื่อปีที่แล้ว
ด้านนายเอ็นริเก มานาโล รมว.การต่างประเทศของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า สหรัฐยังคงเป็นทั้ง “หุ้นส่วน พันธมิตร และเพื่อนที่สำคัญ” ของรัฐบาลมะนิลา และเรียกร้องรัฐบาลวอชิงตันแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ ในการบรรเทาความตึงเครียด ซึ่งกำลังปกคลุมไต้หวัน เกาะที่อยู่ห่างจากฟิลิปปินส์เพียง 260 กิโลเมตร.
เครดิตภาพ : REUTERS



