สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเดินทางเยือนกรุงมะนิลา เมื่อวันเสาร์


ทั้งนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวถึงการเยือนของบลิงเคนว่า “เป็นไปตามช่วงเวลาอันสมควร” และกล่าวถึงการที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เยือนกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน เมื่อช่วงกลางสัปดาห์นี้ ว่าโดยส่วนตัวเขามองว่า “ไม่ได้เพิ่มความเข้มข้นมากเท่าใดนัก” ให้กับสถานการณ์ “ซึ่งตึงเครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว” แต่เป็นการ “กระตุ้น” ให้บรรยากาศนั้นกลับมาอีกครั้ง

นายแอนโทนี บลิงเคน เข้าเยี่ยมคารวะและพบหารือกับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ในกรุงมะนิลา


ขณะที่บลิงเคนกล่าวกับมาร์กอส จูเนียร์ ว่าสหรัฐยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัด ต่อข้อตกลงด้านความมั่นคงระดับทวิภาคี นั่นคือ ข้อตกลงเยี่ยมเยืยนทางทหาร (วีเอฟเอ) ที่เกี่ยวกับการซ้อมรบ และการประจำการทหารในระยะสั้น ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้ครั้งแรก เมื่อปี 2541 และต้องมีการต่ออายุเป็นระยะ โดยเรื่องนี้มีปัญหายากมากในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ซึ่งข่มขู่ยกเลิกข้อตกลงฉบับนี้มาตลอด จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาประนีประนอมกันได้ และเห็นพ้องขยายข้อตกลง เมื่อปีที่แล้ว


ด้านนายเอ็นริเก มานาโล รมว.การต่างประเทศของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า สหรัฐยังคงเป็นทั้ง “หุ้นส่วน พันธมิตร และเพื่อนที่สำคัญ” ของรัฐบาลมะนิลา และเรียกร้องรัฐบาลวอชิงตันแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ ในการบรรเทาความตึงเครียด ซึ่งกำลังปกคลุมไต้หวัน เกาะที่อยู่ห่างจากฟิลิปปินส์เพียง 260 กิโลเมตร.

เครดิตภาพ : REUTERS