นายสหัส พ่วงสงเคราะห์ หรือที่เรียกกันว่า “ตาเจ๊ก” อายุ 66 ปี ชาวบ้าน ต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า เริ่มขายข้าวต้มเครื่องไก่ เป็ด และปลา ทางเรือมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ขณะนั้นช่วยคุณพ่อพายเรือออกเร่ขายไปตามสองฝั่งคลองแม่กลอง ตั้งแต่ท่าน้ำบ้านตัวเอง แวะตามท่าน้ำบ้านลูกค้าเจ้าประจำที่จะรู้เวลาและได้ยินเสียงตะโกนร้องขายข้าวต้ม จนไปถึงบริเวณท่าน้ำวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตลาดแม่กลอง สมัยนั้นขายเพียงชามละ 1 บาท ก่อนปรับขึ้นเป็นชามละ 5 บาท และ 7 บาท จากนั้นคุณพ่อก็ได้หยุดขายไปเนื่องจากอายุที่มากขึ้น

ต่อมาตนได้กลับมาขายข้าวต้มเครื่องอีกครั้ง เมื่อปี 2542 ใช้สูตรเดิมของคุณพ่อ แต่ด้วยข้าวของที่แพงขึ้นจึงขายชามละ 15 บาท โดยใส่เรืออีป๊าบติดเครื่องยนต์วิ่งตามคลองแม่กลอง มาจอดขายที่ท่าน้ำศาลาหน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตลาดแม่กลอง จนปี 2561 จึงปรับราคาขึ้นอีกครั้งเป็นชามละ 20 บาท แต่ในปี 2562 ศาลาท่าน้ำซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา ได้พังทลายลงแม่น้ำแม่กลองทั้งหลัง ทำให้ไม่มีที่ขายจึงหยุดขายนานประมาณ 1 เดือน กระทั่งได้ทำเลที่ขายใหม่บริเวณท่าน้ำริมแม่น้ำแม่กลองหน้าวัดช่องลม ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม โดยได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าอาวาสให้ยกเรือขึ้นมาตั้งบนฝั่งแล้วนั่งขายในเรือ พร้อมตั้งโต๊ะเก้าอี้นั่งในศาลาริมน้ำและยังขายชามละ 20 บาทเท่าเดิม ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำ มาอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก จนบางเวลาต้องเข้าคิวรอ
ตาเจ๊ก เล่าว่า ทุกวันนี้ยังคงต้องตื่นตั้งแต่ 05.00 น. เพื่อออกไปจ่ายตลาด ซื้อวัตถุดิบมาทำเครื่องปรุงทั้งข้าวต้มเป็ด ข้าวต้มไก่ ข้าวต้มปลา เตรียมขายให้ได้วันละประมาณ 450 ชาม เมื่อทำเสร็จ ตาเจ๊ก ก็จะนำใส่รถปิกอัพออกจากบ้านไปถึงที่บริเวณท่าน้ำวัดช่องลม ประมาณ 15.30 น. ของทุกวัน ซึ่งบรรยากาศจะเป็นกันเอง คนกินส่วนหนึ่งจะมารออยู่แล้ว และจะช่วยกันหยิบข้าวของเครื่องปรุงต่างๆ ขึ้นจากรถมาวางไว้ในเรืออีป๊าบที่ยกขึ้นฝั่ง มีโต๊ะเก้าอี้นั่งกินชมสายน้ำแม่น้ำแม่กลองที่ไหลผ่าน สำหรับข้าวต้มเครื่องที่เป็นที่นิยมของลูกค้าที่มารับประทาน คือข้าวต้มเป็ด และข้าวแห้งเป็ด และจะขายหมดกลับบ้านประมาณ 18.00 น. ทุกวัน

“ข้าวต้มเรือตาเจ๊ก” ยังคงเป็นตำนานที่ยังกล่าวถึงกับชีวิตที่เรียบง่าย จากวัย 66 ปี ที่ยึดอาชีพขายข้าวต้มทางเรือตั้งแต่วัย 13 ปี กับการสืบทอดจากผู้เป็นพ่อ ด้วยข้าวต้มชามละ 1 บาท ก่อนจะขึ้นเป็น 5 บาท 7 บาท ก่อนที่คุณพ่อจะหยุดขายไปด้วยวัยและสังขารไม่เอื้ออำนวย กระทั่งตาเจ๊กกลับมาสืบทอดและเริ่มขายชาม 15 บาทตามภาวะเศรษฐกิจ และล่าสุดแม้ค่าครองชีพต้นทุนจะสูง ตาเจ๊กบอกว่า คงจะไม่ปรับขึ้นมากกว่า 20 บาท แล้วเพราะ “ขายราคานี้ก็มีกำไรแล้ว” และสุดท้ายตาเจ๊กบอกว่าจะขายเรื่อยไปไม่เปลี่ยนอาชีพ จนกว่าร่างกายจะไม่ไหว
ใครอยากจะกินข้าวต้มเจ๊กรายนี้ ก็ไปกันได้ที่บริเวณท่าน้ำริมแม่น้ำแม่กลอง วัดช่องลม ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ขายทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 15.30-18.00 น.



