เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่มีไฟไหม้พับดังภายในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนมีผู้เสียชีวิตถึง 15 ราย ส่งผลให้ในหลายจังหวัดเริ่มมีการกวดขันเข้มงวดตามร้านอาหารและสถานประกอบการในเวลากลางคืน ทั้งนี้ในส่วนของ จ.พะเยา นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผวจ.พะเยา สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในเรื่องต่าง ๆ ของร้านอาหารและสถานบริการในช่วงเวลากลางคืน เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่อาจจะมีการร้องเรียนรวมทั้งเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักเที่ยวยามราตรี

นายศักดิ์ฤทธิ์ กล่าวว่า จากการเหตุการณ์ที่มีไฟไหม้ภายในพื้นที่พับดังของ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนมีผู้เสียชีวิตหลายราย ทำให้ในหลายจังหวัดรวมทั้ง จ.พะเยา เอง ก็ต้องเริ่มเข้มงวดในการตรวจสอบ ทั้งนี้พบว่าร้านอาหารและร้านประกอบการช่วงเปิดเวลากลางคืนส่วนใหญ่ ได้เริ่มปรับเปลี่ยนการเปิดร้านรวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้นักดื่ม นักเที่ยวได้เปลี่ยนพฤติกรรมการสังสรรค์เสียใหม่ ด้วยช่วงนี้ตนได้สั่งการให้ทุกร้านได้ปิดทำการถึงเที่ยงคืนของทุกวัน ส่วนหนึ่งได้เสียงสะท้อนมาว่านักเที่ยว นักดื่มยังไม่ชินที่จะเที่ยวถึงช่วงเวลาเที่ยงคืน จึงต้องมีการควบคุมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันเสียใหม่ นอกจากนี้ในการสุ่มตรวจร้านต่าง ๆ นั้น ก็เพื่อเป็นการที่จะไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน รวมทั้งเป็นการปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนคำสั่งที่ได้มีมา ไม่ว่าจะเรื่องการเที่ยวที่อายุไม่ถึง 20 ปี การจำหน่ายสุราให้กับเยาวชนตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้จะเห็นว่า หลังจากที่ได้มีการสุ่มตรวจรวมทั้งการกวดขันนั้น ก็พบว่าปัญหาหลายอย่างเริ่มลดลง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป

ด้านนายรุ่งทวี แก้วคำปา ปลัดอำเภอเชียงคำ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวเสริมว่า ในช่วงก่อนที่ตนและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคำ ได้ตั้งด่านกวดขันในเวลากลางคืนนั้น ก็เป็นเหตุมาจากการร้องเรียนเรื่องเสียงรวมทั้งเหตุทะเลาวิวาท ล่าสุดในการลงสุ่มตรวจตามร้านต่าง ๆ ก็ยังเป็นเหตุมาจากพับดังที่ไฟไหม้ ทำให้ทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องคอยสอดส่องอยู่ตลอดเวลา แต่ในช่วงนี้ตนได้สั่งการให้ยกเลิกด่านตรวจไปแล้ว แต่ยังคงจะสุ่มตรวจต่อไปเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์ที่อาจจะก่อให้เกิดความรำคาญต่อชาวบ้าน รวมทั้งจะได้ไม่กระทบต่อเจ้าของร้านอาหารด้วย เพราะทางเจ้าหน้าที่ก็เข้าใจว่าหลายคนลงทุนไปด้วยเงินจำนวนมาก ทั้งนี้ทุกอย่างต้องอยู่ร่วมกันได้และไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่ตามมาด้วย เพราะทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่อยากที่จะใช้ไม้แข็งหากไม่จำเป็น ซึ่งหากหลายคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านอาหารหรือนักเที่ยวนักดื่มยามค่ำคืนทำตามกฎแล้วก็ ปัญหาก็จะไม่เกิดตามมาด้วยเช่นกัน