สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่านายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องรัสเซียและยูเครนยุติการสู้รบ บริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาโปริชเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยูเครนและในยุโรป ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และเสนอการกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปลอดทหาร
-Ukraine’s state energy company says Russia shelled the Zaporizhzhia nuclear power plant today
— Sergio Olmos (@MrOlmos) August 11, 2022
–@energoatom_ua says radiation is “within normal limits”
–@energoatom_ua says there were 5 strikes, causing a fire on a patch of grass nearby, but the facility itself is not on fire pic.twitter.com/oecn3VdAGt
ด้านสหรัฐประกาศสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวของกูเตร์เรส และเรียกร้องทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ส่งคณะทำงานเฉพาะกิจลงพื้นที่ เพื่อสำรวจสภาพของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ และตรวจสอบความเสียหายอื่นที่เกี่ยวข้อง
International Atomic Energy Agency chief Rafael Grossi briefed the U.N. on military activity around Ukraine's Zaporizhzhia nuclear power complex, saying ‘military actions near such a large nuclear facility could lead to very serious consequences’ https://t.co/DIiMAGpzOe pic.twitter.com/5GC4txIz0j
— Reuters (@Reuters) August 11, 2022
อย่างไรก็ตาม ยูเครนและรัสเซียยังคงกล่าวหากันไปมา เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ ซึ่งมีเตาปฏิกรณ์ 6 ตัว ด้านไอเออีเอเคยออกมาแสดงความวิตกกังวลอย่างหนัก ด้วยความหวั่นเกรงว่าจะเกิด “หายนะนิวเคลียร์” ซ้ำรอยวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เมื่อปี 2529

ทั้งนี้ บรรยากาศตึงเครียดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาโปริชเชีย และพื้นที่ใกล้เคียง เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเหตุระเบิดภายในฐานทัพอากาศซากี ใกล้กับเมืองโนโวเฟโดริฟกา ทางตะวันตกของคาบสมุทรไครเมีย นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย
แม้รัฐบาลมอสโกยืนกรานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลจาก “ความผิดพลาดทางเทคนิค” ส่งผลให้เกิดการระเบิดภายในคลังแสง แต่ผู้สันทัดกรณีหลายคนวิเคราะห์จากภาพถ่ายจากดาวเทียมสอดแนวของสหรัฐ ซึ่งเพิ่งมีการเผยแพร่ออกมา ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการโจมตีอย่างแม่นยำ ด้วยอาวุธนำวิถีระยะไกล.
เครดิตภาพ : REUTERS



