สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รมว.การลงทุนของอินโดนีเซีย กล่าวว่า งบประมาณอุดหนุนเชื้อเพลิงของรัฐบาลเพิ่มขึ้นสามเท่า เป็น 502 ล้านล้านรูเปียห์ในปีนี้ ( ราว 1.2 ล้านล้านบาท ) เพื่อพยุงราคาเชื้อเพลิงและกระแสไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพมากและนานที่สุด ท่ามกลางวิกฤติเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อค่าครองชีพของประชาชน


อย่างไรก็ตาม ในกรณีเงินรูเปียห์ยังคงอ่อนค่า แล้วราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังคงพุ่งสูง หากรัฐบาลตัดสอในเพิ่มโควตาการอุดหนุนเชื้อเพลิงจาก 23 ล้านกิโลลิตร เป็น 29 ล้านกิโลลิตร งบประมาณเพื่อการนี้อาจเพิ่มขึ้นอีกเป็น 600 ล้านล้านรูเปียห์ ( ราว 1.44 ล้านล้านบาท ) ซึ่งเป็นเรื่องที่ “ไม่สมเหตุสมผลเท่าใดนักในสถานการณ์เช่นนี้” หากมาตรการอุดหนุนเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 1 ใน 4 ของงบประมาณแผ่นดิน เขาจึงขอให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือกับช่วงเวลา ที่จะต้องมีการขึ้นราคาเชื้อเพลิง


ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศวิจารณ์การที่รัฐบาลอินโดนีเซียทุ่มงบประมาณไปกับโครงการอุดหนุนเชื้อเพลิง ว่าเป็นการดึงเงินไปจาก “โครงการพัฒนาที่สำคัญมากกว่า” ขณะเดียวกัน การที่ราคาเชื้อเพลิงซึ่งไม่ได้อยู่ในโควตาอุดหนุนกับที่ร่วมกองทุนอุดหนุนของภาครัฐ “มีราคาแตกต่างกันมาก” นำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชน และเกิดการค้าเชื้อเพลิงเถื่อน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES