เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ ผอ.สำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวถึงกรณีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “มู่หลาน” ว่าทางสำนักระบายน้ำฯ เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดยร่วมกับกรมชลประทาน (สำนักงานชลประทานที่ 11) ประสานงานกำหนดแผนการควบคุมระดับน้ำตามประตูระบายน้ำและเกณฑ์การระบายน้ำตามสถานีสูบน้ำในพื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทางกรมชลประทาน จะช่วยเร่งระบายน้ำจุดเชื่อมต่อกับพื้นที่กรุงเทพฯ และคลองแนวที่เชื่อมต่อกับคลองชายทะเล ซึ่งใช้สถานีสูบน้ำที่ประจำอยู่ตามคลองชายทะเล สูบน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย
ส่วนพื้นที่ตอนเหนือของ กทม. จะช่วยสูบน้ำจากคลองต่างๆ ทั้งคลองลาดพร้าว คลองเปรมประกร และคลองประปาสายล่าง ด้วยการสูบน้ำข้ามไปลงคลองรังสิต-นครนายก และระบายน้ำไปลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำในคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว นอกจากนี้ ยังได้หารือร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณเขตรอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีเทศบาลนครนนทบุรี กรมทางหลวง เทศบาลนครปากเกร็ด เทศบาลเมืองคูคต กรมชลประทาน และเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่จะได้รับผลกระทบปัญหาความเดือดร้อนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก กทม.ได้เร่งลดระดับน้ำตามคูคลองต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับต่ำ สำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยเฉพาะบริเวณถนนสายหลักพื้นที่ชุมชน และพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมในถนนซอย ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง เปิดทางน้ำไหล จัดเก็บขยะวัชพืช รวมถึงจัดเก็บขยะตะแกรงท่อระบายน้ำ ขยะหน้าตะแกรงสถานีสูบน้ำ และบ่อสูบน้ำในขณะที่มีฝนตกเพื่อเร่งระบายน้ำให้ไหลเข้าระบบได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ตรวจสอบประสิทธิภาพของอุโมงค์ระบายน้ำ 4 แห่ง สถานีสูบน้ำ 190 แห่ง ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง บ่อสูบน้ำ 316 แห่ง ให้พร้อมใช้งาน จัดเตรียมสำรองเครื่องสูบน้ำกรณีเหตุฉุกเฉิน จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่ (โมบายยูนิต) พร้อมรถเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำคลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร คลองบางนา คลองพระโขนง และคลองประเวศบุรีรมย์ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่หน่วยเร่งด่วน (BEST) พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงการเข้าพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งกองทัพภาคที่ 1 จัดเจ้าหน้าที่มาประจำที่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. ตลอด 24 ชม. เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์และประสานงานสั่งการทหารเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยจัดชุดปฏิบัติการประจำพื้นที่ฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร จัดทหารร่วมจัดเก็บขยะหน้าตะแกรงและสถานีสูบน้ำต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำ พร้อมทั้งจัดรถรับ-ส่งประชาชนกรณีที่มีน้ำท่วมขังระดับสูงไม่สามารถเดินทางเข้าออกจากที่พักอาศัยได้ เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการฯ ของ กทม.อีกทางหนึ่ง
ด้านนายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวว่า ได้สั่งการให้สถานีดับเพลิงและกู้ภัยในสังกัดจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนกรณีเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในกรุงเทพฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อการระบายน้ำบนถนนสายหลัก พื้นที่ชุมชน พื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมขังซ้ำซาก และพื้นที่เขตรอยต่อกรุงเทพฯ โดยสามารถออกปฏิบัติการทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการ รวมถึงประสานความร่วมมือเตรียมความพร้อมบุคลากร รถดับเพลิง และรถกู้ภัย อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนสำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา และสำนักงานเขตตามที่ร้องขอ ขณะเดียวกัน ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องอุปโภคบริโภคในการสงเคราะห์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยและระเบียบกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วม หรือเหตุสาธารณภัยสามารถขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 199 หรือ 1555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.



