สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบที่ทวีความรุนแรง บริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาโปริชเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยูเครนและในยุโรป ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ว่าทหารรัสเซียนายใดก็ตาม ซึ่งใช้พื้นที่รอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ “เป็นที่กำบัง” หรือปฏิบัติการโจมตีสถานที่แห่งนี้ ถือเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลเคียฟด้วย


ทั้งนี้ ยูเครนและรัสเซียยังคงสาดโคลนใส่กันว่า “สร้างอันตราย” ให้กับโรงไฟฟ้าซาโปริชเชีย ซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพรัสเซีย ตั้งแต่ข่วงต้นสงครามยูเครน ด้านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) เคยออกมาแสดงความวิตกกังวลอย่างหนัก ต่อสถานการณ์สู้รบโรงไฟฟ้าซาโปริชเชีย ด้วยความหวั่นเกรงว่าจะเกิด “หายนะนิวเคลียร์” ซ้ำรอยวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เมื่อปี 2529


ขณะที่ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เรียกร้องรัสเซียและยูเครนยุติการสู้รบ บริเวณโรงไฟฟ้าซาโปริชเชีย และเสนอการกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปลอดทหาร ด้านสหรัฐประกาศสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวของกูเตร์เรส และเรียกร้องไอเออีเอส่งคณะทำงานเฉพาะกิจลงพื้นที่ เพื่อสำรวจสภาพของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ และตรวจสอบความเสียหายอื่นที่เกี่ยวข้อง


อนึ่ง บรรยากาศตึงเครียดรอบใหม่ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาโปริชเชีย และพื้นที่ใกล้เคียง เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเหตุระเบิดภายในฐานทัพอากาศซากี ใกล้กับเมืองโนโวเฟโดริฟกา ทางตะวันตกของคาบสมุทรไครเมีย นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย


แม้รัฐบาลมอสโกยืนกรานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลจาก “ความผิดพลาดทางเทคนิค” ส่งผลให้เกิดการระเบิดภายในคลังแสง แต่ผู้สันทัดกรณีหลายคนวิเคราะห์จากภาพถ่ายจากดาวเทียมสอดแนวของสหรัฐ ซึ่งเพิ่งมีการเผยแพร่ออกมา ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการโจมตีอย่างแม่นยำ ด้วยอาวุธนำวิถีระยะไกล.

เครดิตภาพ : REUTERS