เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดยกระดับมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่ป่าอย่างเข้มข้นในช่วงฤดูแล้ง เพื่อเร่งสกัดวิกฤติฝุ่น PM 2.5 และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเต็มกำลัง โดยล่าสุด จ.น่าน ได้ขานรับนโยบายเชิงรุกดังกล่าว ส่งผลให้นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าฯ จ.น่าน ออกประกาศคำสั่งปิดป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 9 แห่ง ในเขตพื้นที่ อ.เวียงสา และพื้นที่ใกล้เคียง ห้ามบุคคลเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. เพื่อตัดวงจรการเกิดไฟป่าจากน้ำมือมนุษย์และลดการสะสมของฝุ่นควันในชั้นบรรยากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ทั้งนี้ น.ส.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับไปยังกรมป่าไม้และหน่วยงานในสังกัดให้บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยพื้นที่ควบคุมทั้ง 9 แห่ง ประกอบด้วย ป่าห้วยงวงและป่าห้วยสาลี่ ป่าฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ป่าสาลีก ป่าแม่สาครฝั่งขวา ป่าน้ำสาและป่าแม่สาครฝั่งซ้าย ป่าห้วยแม่ขะนิง ป่าน้ำว้าและป่าห้วยสาลี่ ป่าน้ำสาฝั่งขวาตอนขุน และป่านาซาว ซึ่งหากพบผู้ใดฝ่าฝืนลักลอบเข้าพื้นที่หรือกระทำการเผาป่า จะต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ตามฐานความผิดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายป่าไม้
อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านที่มีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ป่า ได้มีการวางระบบคัดกรองอย่างเป็นระเบียบ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องลงทะเบียนและขออนุญาตต่อผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในท้องที่ล่วงหน้าทุกครั้ง ซึ่งมาตรการนี้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำเรื่อง “การป้องกันล่วงหน้าดีกว่าการตามแก้ปัญหา” มุ่งหวังความสำเร็จในการจัดการไฟป่าอย่างยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการร่วมกันเฝ้าระวังและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป



