สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าจีนเปิดตัวระบบ “เลขประจำตัวดิจิทัล” ระดับชาติ สำหรับภาคอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วของประเทศ โดยหุ่นยนต์แต่ละตัวจะมีรหัสประจำตัว 29 หลัก เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนกลับและกำกับดูแลความปลอดภัย
ระบบเลขประจำตัวดิจิทัลของหุ่นยนต์นี้สร้างกรอบรับรองความปลอดภัย ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลตามมาตรฐาน โดยมีแกนหลักอยู่ที่แพลตฟอร์มระดับชาติ สำหรับการบริการจัดการตลอดวงจรการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันในกรุงปักกิ่ง
แพลตฟอร์มการบริการจัดการตลอดวงจรการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กำกับควบคุมโดยหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ทำหน้าที่เป็นแกนกลางการดำเนินงานกำกับดูแลใหม่ที่กำหนดให้หุ่นยนต์ทุกตัวต้องมีรหัสประจำตัวที่เปรียบเสมือน “พาสปอร์ต” ช่วยให้เกิดการตรวจสอบย้อนกลับครบวงจร ตลอดอายุการใช้งานของหุ่นยนต์ ตั้งแต่การผลิต จำหน่าย ใช้งานประจำวัน จนถึงรีไซเคิลในท้ายที่สุด
รหัส 29 หลักนี้แบ่งได้ 4 ส่วน ได้แก่ รหัสประเทศ 2 หลัก รหัสบริษัท 4 หลัก รหัสรุ่นผลิตภัณฑ์ 6 หลัก และหมายเลขประจำเครื่อง 17 หลัก ซึ่งทั้งหมดจะก่อให้เกิดรากฐานระบบตรวจสอบย้อนกลับที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การระบุและติดตามหุ่นยนต์แต่ละตัวอย่างแม่นยำ
อวี๋ซิ่วหมิง รองประธานสถาบันการกำหนดมาตรฐานทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศจีน กล่าวว่า รหัสนี้จะช่วยควบคุมหุ่นยนต์ในหลากหลายสาขา อุตสาหกรรม และบทบาท เพื่อแก้ไขปัญหาหลักด้านความปลอดภัย การจัดการ และการกำกับดูแล รวมถึงเร่งการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
อนึ่ง อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปริมาณการส่งมอบหุ่นยนต์ภายในประเทศจีนครองส่วนแบ่งใหญ่ของทั้งหมดทั่วโลก เมื่อปี 2568 และมีบริษัทผู้ประกอบการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายใหญ่มากกว่า 500 ราย รวมกลุ่มอยู่ตามศูนย์กลางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ก่อให้เกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะระบบกำหนดรหัสที่แตกต่างกันในหมู่ผู้ผลิต และความไม่ชัดเจนของการรับผิดชอบหากเกิดข้อผิดพลาด
มาตรฐานใหม่จึงกำหนดกฎเกณฑ์อันเข้มงวดว่า “ไม่มีรหัส ไม่มีสิทธิเข้าสู่ตลาด” ทำให้หุ่นยนต์ทุกตัวที่จำหน่ายหรือใช้งานภายในประเทศจีนต้องลงทะเบียนตามกฎเกณฑ์ ขณะที่ปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตหุ่นยนต์ต้องเรียกคืนผลิตภัณฑ์หากตรวจพบข้อบกพร่องร่วมกัน รวมถึงห้ามปรับแต่งและจำหน่ายซ้ำหุ่นยนต์ที่ถูกปลดระวางดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน เผยว่า แพลตฟอร์มข้างต้นสร้างกลไกการกำกับดูแลแบบวงจรปิด ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การผลิต การบำรุงรักษา จนถึงการรีไซเคิล เพื่อป้องกันความเสี่ยงและตรวจสอบย้อนกลับได้
ทั้งนี้ มีบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 100 แห่ง ลงทะเบียนเข้าร่วมระบบเลขประจำตัวดิจิทัลของหุ่นยนต์นี้แล้ว นำสู่การออกรหัสตลอดอายุการใช้งานให้หุ่นยนต์กว่า 200 รุ่น จำนวนมากกว่า 28,000 ตัว
การสร้างความเป็นสากลของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีคุณภาพ ต้องมีระบบจัดการที่ได้มาตรฐานพร้อมกฎเกณฑ์เดียวกัน ซึ่งระบบนี้เป็นรากฐานทางเทคนิค สำหรับการรับรองระหว่างประเทศร่วมกัน และการหมุนเวียนข้ามพรมแดน รวมถึงเสริมบทบาทของจีนในการกำหนดมาตรฐานระดับโลก และความสามารถทางการแข่งขัน.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



