สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่าทำเนียบรัฐบาลอิสราเอลออกแถลงการณ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง นายกรัฐมนตรียาอีร์ ลาพิด กับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี โดยมีการระบุเกี่ยวกับ การยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ให้กลับคืนสู่ “ระดับปกติอีกครั้ง” เพื่อส่งเสริมและขยายขอบเขตความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี “ในทุกมิติ”
Turkey and Israel to restore full diplomatic relations after gradual improvement in ties https://t.co/TSUirCiUoQ pic.twitter.com/1EGEWZ45Cs
— Al Jazeera English (@AJEnglish) August 17, 2022
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศตุรกีเผยแพร่แถลงการณ์ ในวันเดียวกัน ว่าอิสราเอลและตุรกีเตรียมแต่งตั้งเอกอัครราชทูต เพื่อเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ ณ กรุงเทลอาวีฟ และกรุงอังการา แต่ทิ้งท้ายว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า จุดยืนของรัฐบาลอังการาต่อเรื่องปาเลสไตน์ “จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย”
Turkish Foreign Minister Mevlut Cavusoglu said Turkey will continue to defend the rights of Palestine, after Israeli Prime Minister Yair Lapid announced that Turkey and Israel are restoring full diplomatic ties. pic.twitter.com/LHZMiGQ1wA
— Middle East Eye (@MiddleEastEye) August 17, 2022
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 อิสราเอลและตุรกีเนรเทศเอกอัครราชทูตกันและกัน จากเหตุชาวปาเลสไตน์ประท้วงครั้งใหญ่ ต่อการที่สหรัฐย้ายสถานเอกอัครราชทูตจากกรุงเทลอาวีฟ มายังนครเยรูซาเลม โดยปฏิบัติการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 60 ราย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นทั้งสองประเทศมีประเด็นให้ถกเถียงกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับปาเลสไตน์
กระนั้น การที่ประธานาธิบดีไอแซค เฮอร์ซอก แห่งอิสราเอล เยือนกรุงอังการา เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ตามด้วยการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองประเทศ ช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายขึ้น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



