เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 2 พ.ค. ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) ถนนพหลโยธิน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคเพื่อไทย กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดได้รับการพักโทษคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค. 2569 ว่า พรรคไม่ได้มีการเตรียมการรองรับใด ๆ เป็นพิเศษเกี่ยวกับการพักโทษในครั้งนี้
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวรู้สึกยินดี เนื่องจากนายทักษิณมีอายุมากแล้ว การได้กลับมาอยู่กับครอบครัวและลูกหลานถือเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ยืนยันว่ากระบวนการพักโทษน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว และพรรคไม่ได้มีการเตรียมการใด ๆ ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคบางรายประสงค์จะไปรับในวันดังกล่าว ถือเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล ไม่ใช่การวางแผนของพรรคแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นที่มองว่าการพักโทษครั้งนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่ไม่ได้ยึดโยงกับตัวบุคคล แม้นายทักษิณจะเป็นเหมือน “จิตวิญญาณของพรรค” ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย แต่การดำเนินงานทางการเมืองในปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เป็นหลัก จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง
เมื่อถูกถามถึงระเบียบการพักโทษที่ไม่ได้ห้ามผู้ถูกคุมประพฤติมีบทบาททางการเมือง เช่น การเป็นที่ปรึกษาพรรคหรือที่ปรึกษาทางการเมือง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ความรู้ความสามารถของนายทักษิณ สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการให้ข้อคิดเห็นด้านเศรษฐกิจและการเมือง แต่พรรคไม่มีโครงสร้างให้เข้ามาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ
ส่วนการพบปะหรือขอคำแนะนำในอนาคต นายจุลพันธ์ ระบุว่า เป็นเรื่องปกติของบุคคลที่รู้จักกัน และอาจมีโอกาสพบกันตามงานต่าง ๆ แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องในเชิงโครงสร้างของพรรค พร้อมย้ำว่าหากข้อคิดเห็นของนายทักษิณเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ก็สามารถนำมาพิจารณาได้
ในประเด็นที่ถามถึงโอกาสที่อดีตนายกรัฐมนตรีจะมีบทบาททางการเมือง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทนได้ และยืนยันว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดังกล่าว ขณะที่เรื่องการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) มองว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อย และสิ่งสำคัญคือการได้พักโทษและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
สำหรับกรณีข่าวการร้องเรียนด้านจริยธรรมของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้น นายจุลพันธ์ ระบุว่า เป็นสิทธิตามกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ และต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา แต่ในส่วนของพรรคยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของนายสุริยะ เนื่องจากข้อเท็จจริงมีความชัดเจน
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณางบประมาณและการบริหารราชการเป็นหน้าที่ปกติของรัฐมนตรีทุกกระทรวง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ พร้อมย้ำว่าการโยกย้ายข้าราชการเป็นไปตามระบบราชการและนโยบายของรัฐบาล
เมื่อถูกถามว่ามองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายจุลพันธ์ ยอมรับว่า อาจเป็นจังหวะทางการเมือง แต่ย้ำว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการทำงานและผลงานเป็นหลัก พร้อมระบุว่าทุกฝ่ายยังเดินหน้าขับเคลื่อนงานต่อเนื่อง
ส่วนกรณีกระแสข่าวเรื่อง “เจ้าที่แรง” ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า ไม่ได้มีความกังวล และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนด้วยนโยบายเป็นหลัก ไม่ได้ยึดติดกับบุคคลเดิม พร้อมยกตัวอย่างว่าข้าราชการทุกระดับมีการทำงานร่วมกันต่อเนื่องแม้รัฐบาลจะเปลี่ยนไป
ท้ายที่สุด นายจุลพันธ์ ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและจริยธรรม โดยยอมรับว่าประเด็นดังกล่าว เป็นสิ่งที่ทุกยุคสมัยต้องระมัดระวัง แต่เชื่อว่าการทำความเข้าใจร่วมกันจะช่วยให้การบริหารงานของรัฐเป็นไปอย่างราบรื่น.



