เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขกรุงนิวยอร์กประกาศว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์และนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มอีก 2 รายในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดอาการของผู้ป่วย แต่ยืนยันว่าพบผู้ป่วย 1 รายในย่านบรูคลิน และอีก 1 รายในย่านควีนส์
ในปีนี้ ไวรัสเวสต์ไนล์ทำให้ผู้ป่วยในสหรัฐเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 4 ราย โดยเชื้อไวรัสนี้มียุงเป็นพาหะซึ่งปรากฏได้ทั่วไปในสหรัฐ แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่โดนยุงที่มีเชื้อไวรัสกัดจะไม่มีอาการป่วย แต่ก็มีบางรายที่ป่วยหนักและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้จากเชื้อไวรัสดังกล่าว ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้สมองอักเสบ
ในกรุงนิวยอร์ก ขณะนี้กำลังมีการระบาดของไวรัสเวสต์ไนล์ในย่านที่อยู่อาศัย 5 เขต จากการดักจับยุงและนำไปทดสอบหาเชื้อพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากจำนวน 779 ตัวอย่างของปีที่แล้ว เป็น 1,068 ตัวอย่างของปีนี้ นอกจากนี้ยังมีจำนวนเฉลี่ยของยุงที่ดักจับได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ตามปกติแล้ว ช่วงเวลาที่มียุงชุกชุมของนิวยอร์กจะเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. จนถึงเดือน ต.ค. ของทุกปี โดยมีช่วงที่ยุงชุกชุมที่สุดในเดือน ส.ค. และ ก.ย. ซึ่งสำนักสาธารณสุขนิวยอร์กได้ออกคำเตือนประชาชนให้พยายามหลีกเลี่ยงการโดนยุงกัด ด้วยการใช้อุปกรณ์ไล่แมลง สวมเสื้อผ้าปกปิดผิวหนังและงดทำกิจกรรมนอกบ้านในยามค่ำคืน
สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่จะป่วยหนักเพราะติดเชื้อไวรัสเวสต์ไนล์ได้แก่ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้น และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ตามข้อมูลของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ อัตราส่วนของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนี้แล้วจะป่วยหนักคือ 1 ใน 150 โดยเชื้อจะทำให้เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังบวมเพราะเกิดการอักเสบ ทั้งนี้ ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี จะมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยหนักเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า
แหล่งข่าว : insider.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



